loji 的个人资料www.gmcities.com/board照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月19日

สะเก็ดดาวสีเขียว

Moldavite
นายแห่งอัญญมณีทั้งปวงช่วยขจัดพลังอัญมณีให้โทษ และเสริมฤทธิ์อัญมณีมีคุณทั้งปวง Moldavite จะแตกต่างจาก Tektite ค่อนข้างจะมาก Moldavite จะมีสีเขียวปนเทาไสเหมือนแก้วมีอายุประมาณ 14.7 ล้านปี ซึ่งพบได้ที่เดียวใน
โลกคือแถบเชคโกสโลวาเกียติดกับเยอรมัน และมีปริมาณจำกัด หายากกว่าเพชรซะอีก ส่วน Tektite นั้น สามารถพบเห็นได้ทั่วโลกจะมีทั้งที่ เป็นลักษณะคล้ายนิลหรืออาจจะเป็นเหล็ก แถบภาคอิสาณบ้านเราและที่ผั่งลาวและจีนจะมีเยอะ มีอายุประมาณแค่ 7 แสนปี
Moldavite นั้นเมื่อนำมาเจียรไนแล้วจะสวยงามมาก ลักษณะคล้ายมรกตแต่สีออกเขียวแกมดำ ส่วน Tektite หรือที่เรียกว่า Indochinite นั้นก็สวย เช่นกัน สีดำสนิทเงางาม ตามที่อาจารย์แอ๊ด(ผู้ศึกษาเกี่ยวกับธาตุกายสิทธิ์)เขียนไว้ ท่านกล่าวว่า อุกามณีที่มีพลังแรงจะมีลักษณะเป็นแก้วไสสี เขียว ซึ่งก็คือ Moldavite นั่นเอง นักบินอวกาศนิยมคล้องเอาสะเก็ดดาวสีเขียวไว้ติดตัว เพราะเชื่อว่าพลังจากสะเก็ดดาวจะช่วยให้โทรจิตติดต่อ กับคนที่พื้นโลกได้
โดยประสบการณ์ส่วนตัวผมว่าพลังของ Moldavite จะแรงกว่ามาก แม้แต่คนทั่วไปก็สามารถสัมผัสพลังของ Moldavite ได้ เพียงแค่กำไว้ในมือ จะรู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมาได้ เป็นหินที่มีพลังแรงมาก แต่ขอแนะนำว่าถ้าไม่รู้จริง ๆ ไม่ควรนำมาใช้ เพราะหินนี้สามารถให้โทษมหันต์ได้เช่น กัน เช่นเดียวกับเหล็กไหล ส่วน Tektite นั้นสัมผัสพลังได้ค่อนข้างยาก ถ้าจะให้มีพลังแรงขึ้นควรนำไปประจุพลังพุทธคุณ(ปลุกเสก) จะ
สามารถเพิ่มอานุภาพได้อีกหลายเท่าเรื่องอานุภาพของ Moldavite และ Tektite นั้น เท่าที่คนโบราณท่านว่าไว้คือ มีอานุภาพด้านกันภัยธรรมชาติ กันอาถรรพ์และคุณไสย เมื่อนำมา บูชากับข้าวสารดำและงิ้วดำจะให้อานุภาพเป็นมหาอุด คงกระพันชาตรี ในตำราของไสยศาสตร์โบราณกล่าวว่าอุกามณีจะช่วยเพิ่มอานุภาพ ของวัตถุธาตุอื่น ๆ เป็นเท่าทวีคูณ
ส่วนอานุภาพของ Moldavite อีกอย่างก็คือ สำหรับผู้ที่ฝึกพลังปราณ พลังของ Moldavite จะช่วยเปิดจักรให้ตื่นเต็มที่ได้ดี โดยเฉพาะจักที่ 6(ตาที่ 3) อันนี้ผมเคยลองแล้ว น่าแปลกมากแค่นำ Moldavite วางไว้ที่บริเวณเหนือหว่างคิ้ว 1-2 ซม (ในท่านอน) แล้วกำหนดจิตไว้ที่จุดนั้น จะรู้สึกถึง พลังที่แผ่ออกมาได้อย่างรุนแรงมาก พลังจะออกมาในลักษณะ pulse เหมือนการเต้นของหัวใจแต่ความถี่จะมากกว่า อันนี้ขอเตือนว่าอย่าใช้เกิน ครั้งละ 5 นาที วันละไม่เกิน 3 ครั้ง เพราะอันตรายครับ จะทำให้มึนหัวปวดหัวรุนแรงได้ มีคนเคยเตือนผมว่าถึงตายได้ เพราะฉนั้นอย่าลองเอง เด็ดขาด
ส่วนอานุภาพอีกอย่างหนึ่งของ Moldavite ที่ผมทราบมาก็คือ ใช้เป็นสื่อถึงพลังของเบื้องบน ติดต่อกับพลังของเบื้องบนได้ ผู้ที่พกติดตัวไว้ถ้า จิตใจมั่นคงพอ จะทำให้เกิดสัมผัสพิเศษได้ และยังมีพลังปกป้องคุ้มครองอีกด้วย แต่คุณสมบัติด้านลบก็มีมากเหมือนกัน แนะนำว่าถ้าจะพกติด ตัวควรมีพระเครื่องที่มีพลังพุทธคุณเมตตาฯ ติดตัวด้วย Moldavite จัดอยู่ในกลุ่ม Tektite คือเป็นหินที่เกิดจากก้อนอุกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาสู่โลกเมื่อปนะมาณ 14.7 ล้านปีที่แล้ว หลักฐานถึงที่ มาของ Moldavite คือหลุมอุกาบาต Ries ในประเทศเยอรมันซึ่งมีอายุ 14.7 ล้านปี เมื่อนำมาเทียบเคียงกับอายุของ Moldavite ซึ่งเท่ากัน และพบ ในบริเวณรอบ ๆ รัศมีของหลุมอุกาบาต Ries บวกกับหลักฐานทางกายภาพต่าง ๆ จึงมีทฤษฎีการเกิดของ Moldavite (ขออธิบายย่อ ๆ) ดังนี้คือ เมื่อ 14.7 ล้านปีที่แล้ว มีอุกาบาตขนาดใหญ่(ปัจจุบันยังสรุปไม่ได้ว่าอุกาบาตนี้มาจากกลุ่มดาวเคราะห์น้อย หรือว่าดาวดวงใด) ได้ตกลงมาสู่โลก ที่จุดปุจจุบันเรียกว่า หลุมอุกาบาต Ries ซึ่งอยู่ในเขตประเทศเยอรมัน ขณะที่ก้อนอุกาบาตได้เข้าสู่บรรยากาศโลก ได้เสียดสีกับชั้นบรรยากาศ
เกิดความร้อนมหาศาลขึ้น ความร้อนนี้ทำให้ส่วนประกอบของแร่ธาตุหลอมละลายกลายเป็นไอ เมื่อก้อนอุกาบาตวิ่งมาจนเกือบถึงพื้นโลก ความร้อนนั้นมหาศาลมากจนทำให้แร่ธาตุที่อยู่พื้นโลกบริเวณนั้นละลายกลายเป็นไอ และถูกดูดเข้าสู่บริเวณหัวของก้อนอุกาบาตซึ่งกลายเป็น สุญญากาศแรงดูดสูง ก่อนที่ก้อนอุกาบาตจะกระทบพื้น Moldavite ได้ก่อตัวขึ้นจากธาตุต่าง ๆ ที่ละลายกลายเป็นไอถูกดูดเข้ามารวมกันเนื่อง จากแรงดูดของสูญญากาศ และกระจายตัวไปรอบ ๆ รัศมีของการตกกระทบ จึงทำให้ผิวของ Moldavite มีลักษณะพิเศษและมีรูปร่างหลากหลาย มีผิวลักษณะ aerodynamic รูปร่างกลมบ้าง เหลี่ยมบ้าง ถ้าชิ้นใดมีฟองอากาศอยู่ภายใน ภายในนั้นจะเป็นสูญญากาศแรงดูดสูง
ลักษณะของ Moldavite จะโปร่งใสคล้ายแก้ว มีสีเขียวปนเทาหรือเขียวค่อนข้างจะเข้ม ต่างจากสะเก็ดดาวชนิดอื่นซึ่งส่วนมากจะมีสีดำ ชื่อ Moldavite นั้นมาจากชื่อของหมู่บ้าน Moldau ในประเทศเชคโกสโลวาเกีย ซึ่งพบหินชนิดนี้มาก ตั้งแต่อดีตได้นำหินชนิดนี้มาทำเครื่องประดับ เนื่องจากมีสีเขียวเมื่อเจียรไนแล้วสวยงามมาก จนบางคนเรียกหินชนิดนี้ว่า Bohemian Emerald ปัจจุบันมีการขุดขึ้นมามากจนไกล้จะหมดแล้ว และมีปริมาณจำกัด ทำให้หินชนิดนี้หายากยิ่งกว่าเพชรและมีราคาแพง ในอนาคตจะแพงยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉนั้นใครมีก็รักษาให้ดี