loji 的个人资料www.gmcities.com/board照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
2月20日 ภูมิแห่งฤทธิ์ มีมูล16 ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ จากหนังสือพระพุทธเจ้าสอนกรรมฐาน / คุณ ไชย ณ พลภูมิแห่งฤทธิ์ มีมูล16 ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ จากหนังสือพระพุทธเจ้าสอนกรรมฐาน / คุณ ไชย ณ พล 1.จิตไม่ฟุบลง ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้าน 2.จิตไม่ฟูขึ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะอุจธัจจะ 3.จิตไม่ยินดี ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะราคะ 4.จิตไม่มุ่งร้าย ย่อมไม่หวั่นไหว เพราะพยาบาท5.จิตอันความคิดเห็นไม่อาศัย ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความคิดเห็น 6.จิตไม่พัวพัน ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ ฉันทะราคะ 7.จิตหลุดพ้น ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกามราคะ 8.จิตไม่เกาะเกี่ยว ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลส 9.จิตปราสจากเครื่องครอบงำ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะถูกกิเลสครอบงำ 10.เอกัคคตาจิต ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะกิเลสต่างๆ 11.จิตที่กำหนดด้วยศัทธา ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความเป็นผู้ไม่ศรัทธา
12. 13.จิตที่กำหนดด้วยสติ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะความประมาท
14.จิตที่กำหนดด้วยสมาธิ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะ อุจธัจจะ
15.จิตที่กำหนดด้วยปัญญา ย่อมมไหวั่นไหวเพราะอวิชชา
16.จิตที่ถึงความสว่างไสว ย่อมมไหวั่นไหวเพราะความมืดอวิชชา 12月25日 ธาตุกายสิทธิ์ธาตุกายสิทธิ์
ธาตุกายสิทธิ์ ที่มีอยู่ในพื้นผิวโลกทุกชนิดย่อมที่จะมีเทวดา เทพ-พรหมที่มีฤทธิ์มีอำนาจเป็นผู้ดูแลรักษาอยู่ ถ้าได้นำไปใช้เพื่อความถูกต้องก็จะมีฤทธิ์มีอำนาจในการช่วยเหลือเกลื้อกูล คุ้มครอง แคล้วคลาด ป้องกัน ต่อผู้ที่มีจิตศรัทธา เคารพบูชาให้เดินอยู่ในเส้นทางของศีลธรรม ผู้ที่เป็นเจ้าของในการครอบครองธาตุกายสิทธิ์จะต้องมีศีลมีสัจ อยู่ประจำจิตใจของตน ธาตุกายสิทธิ์จึงบังเกิดผลสิทธิอำนาจนั้นๆได้สุดแท้แต่ ธาตุกายสิทธิ์ในแต่ละชนิดจะมีฤทธิ์อำนาจไปในแนวทางใด เพราะธาตุกายสิทธิ์นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น อริยธาตุ วัชระธาตุ เพชรนิจ จินดา เหล็กไหล ไพรดำ ปรอท ว่านยา แร่ธาตุ ฯลฯ
ซึ่งธาตุกายสิทธิ์ในแต่ละชนิดจะมีฤทธิ์อำนาจที่ไม่เหมือนกัน บางชนิดก็เมตตา บางชนิดก็แคล้วคลาด บางชนิดก็คงกระพัน บางชนิดก็ใช้ในการรักษาโรค บางชนิดก็เด่นในทางมีโชค ลาภ ซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับเหล่าเทพเทวาว่าจะมีบารมีประจุอยู่ในธาตุวัตถุชนิดนั้น เน้นหนักไปในแนวทางใด เพราะจิตวิญญาณที่ได้เคยอธิฐานจิตแผ่ญาณของตนเอาไว้กลายเป็นอนุภาคไฟฟ้าซึ่งมีอยู่ในทุกๆมวลธาตุ จนกลายเป็นฤทธิ์อำนาจที่มีอยู่เหนือความถี่ของภพชาติปัจจุบัน ซึ่งทุกคนกำลังใฝ่ฝันหาอยากจะได้มาครอบครองแสดงตนเป็นเจ้าของ.. ผู้ปฎิบัติส่วนใหญ่ที่ผ่านการศึกษาเรียนรู้ในธาตุกายสิทธิ์มาเป็นอย่างดี จะเกิดความสนใจเสาะแสวงหาอยากจะได้มาเพื่อเอาไว้บูชา เป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง จะได้อาศัยองค์ความรู้ของจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลรักษาธาตุกายสิทธิ์มาเป็นบูรพาจารย์ กลายเป็นคุรุทางวิญญาณมาชี้แนะแนวทางการฝึกฝนปฏิบัติขัดเกลาอบรมจิตให้ จะได้เดินไปถูกแนวทางของมรรคา จึงทำให้ธาตุกายสิทธิ์แทบจะทุกชนิด เป็นที่ต้องตาต้องใจในหมู่ของนักปฏิบัติ เพื่อจะนำไปใช้ในการโทรจิต ติดต่อ สัมผัสสอบถามในสิ่งเกินองค์ความรู้ของมนุษย์ เช่น โลกทิพย์ เมืองบาดาล เมืองลับแล เมืองบังบด ว่าเป็นอย่างไร สามารถทำให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ขึ้นในชีวิตและทรัพย์สินโดยที่เราไม่คาดฝัน สามารถที่จะเกิดขึ้นมาได้ด้วยฤทธิ์อำนาจและฌานสมาบัติของเทพ - เทวาที่ดูแลและรักษาวัตถุธาตุนั้นๆ ให้เป็นธรรมชาติแห่งความสมดุล ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติให้เป็นไปตามปรมัตถสัจจะ จึงทำให้ธาตุกายสิทธิ์ในยุคปัจจุบันนี้ กลายเป็นที่ยอมรับของผู้ที่มีญาณสมาธิ ว่าประจุไฟฟ้า พลังงาน หรือฤทธิ์อำนาจที่แทรกซึมอยู่ในวัตถุธาตุ สามารถที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ส่วนวัตถุธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีฤทธิ์อำนาจหลงเหลืออยู่ในตัวเองสูง ยังไม่ค่อยผุดขึ้นมาให้มนุษย์พบหากันได้ง่ายๆเพราะเหล่าเทพ-เทวาที่ดูแลรักษาจะทำการคัดสรรกลั่นกรอง รอจังหวะ รอโอกาส รอจุดติของผู้มีฤทธิ์ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของครอบครองวัตถุธาตุอันศักดิ์สิทธิ์เหล่ามานับจากอดีตยังไม่เปิดบารมีให้ ถ้าบุคคลนั้นไม่ใช่ “สายณะธรรม” ซึ่งเคยสร้างกรรมร่วมเวรมาแต่ภพภูมิก่อน การเปิดตัวของธาตุกายสิทธิ์ เมื่อกาลนั้นๆ มาถึงธาตุกายสิทธิ์เหล่านั้นก็จะผุดขึ้นมา
1. โดยการบวงสรวง อัญเชิญจากผู้รู้ ซึ่งในอดีตเคยผ่านการศึกษาเรียนรู้วัตถุธาตุอันทรงฤทธิ์เหล่านั้น จนเข้าใจดีแล้ว เพราะเคยเป็น สายณะธรรม ร่วมกรรม ร่วมเวรกับจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ภายในวัตถุธาตุนั้นมาก่อน 2. จะต้องเป็นเจ้าของ และเคยครอบครองธาตุกายสิทธิ์เหล่านั้นมาตั้งแต่อดีต 3. เทพ-เทวาที่ดูแลรักษา เกิดความเบื่อหน่ายในการดูแลรักษาวัตถุธาตุ และกาลเวลาที่จะต้องไปจุดติเกิดในภพภูมิใหม่จึงต้องออกแสวงหา(นิมิตฝัน) ผู้ที่มีบุญบารมีมารับวัตถุนี้ไปครอบครอง 4. ก่อนที่จะละธาตุขันธ์ไปจากวัตถุธาตุอันทรงฤทธิ์ได้ แผ่บุญบารมีของตนไว้ในวัตถุธาตุ เพื่อให้ผู้ที่มารับช่วงสามารถนำบารมี เหล่านั้นไปอธิษฐานจิต ใช้ตามแนวทางถูกต้อง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นดาบ 2 คม 5. เทพ-เทวา อดรนทนต่อไม่ไหว เพราะเห็นความทุกข์ความยากของสรรพสัตว์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน จึงนิรมิต ดลบันดาลให้ธาตุกายสิทธิ์ผุดขึ้นมาตามสถานที่ต่างๆ ฤทธิ์อำนาจของพืชวัตถุ ดอกตะไคร้ กว่าจะพบเห็นดอกตะไคร้ขึ้นตามกอต่างๆได้ก็ต้องใช้ระยะเวลา 50 ปี ขึ้นไปจึงจะออกดอกขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง เขาถือกันว่าดอกตะไคร้เป็นของอาถรรพณ์ของเทพ-เทวาชั้นสูง จัดเป็นดอกไม้สักสิทธิ์ของสรวงสวรรค์ มีฤทธิ์อำนาจเด่นทางด้าน เมตตา มหานิยม โชคลาภ และ ป้องกันไฟได้เป็นอย่างดี สามารถเข้าเครื่องยาแก้โรคมะเร็งพบหาได้ยาก จึงมักนำมาบด เป็นมวลสารในการสร้างวัตถุอันเป็นมงคล
ว่านนางพญาท้าวเอว เป็นสมุนไพรยืนต้น ซึ่งมีกิ่งก้านสาขาเหมือนกับคนยืนเท้าเอว ใช้ป้องกันสัตว์ที่มีเขี้ยวงา นำมาพกพาติดตัว ป้องกันโรคปวดเมื่อยต่างๆได้เป้นอย่างดี พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าในอดีตนั่งบำเพ็ญฌานสมาธิ และได้อธิษฐานจิตให้ผลของต้นไม้ชนิดนี้มีพระรูปของ พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ปรากฏขึ้นสืบเนื่องจากอดีตไม่มีวัตถุมงคลพระเครื่อง สำหรับพกพาติดตัว เมื่อพบเจอผลไม้ที่มีรูปพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ จึงเกิดศรัทธา เลื่อมใสจึงนำพกพาติดตัว ในยุคปัจจุบันใช้ในการอธิษฐานจิต เสมือนกับพระธาตุชนิดหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเดินอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา http://saigum.com/element.asp กระจกส่องใจกระจกส่องใจ กระจก...ไม่เลือกที่จะสะท้อนภาพทุกชนิด ฉันใด จิตใจ.....จงเอาเยี่ยงอย่างกระจก กระจก...รับรู้แต่ไม่ยึดถือครอบครอง ดังนั้น....จึงไม่มีภาพใดๆหลงเหลือติดอยู่ในกระจก สายฝน...ในกระจก หาได้เปียกในกระจกไม่ เปลวไฟ...ในกระจก ก็หาได้เผาลนกระจกเช่นกัน ทั้งนี้.......เพราะในกระจกไม่ได้ให้อำนาจแก่สายฝนและเปลวไฟ ดังนั้น......จงทำจิตใจของท่านให้เป็นดุจการรับรู้ของกระจก เพราะถ้าหากจิตของท่านหลงยึดถือ หรือตกเป็นทาสของกิเลสเมื่อใด ความทุกข์ ความเศร้าหมองใจย่อมตามมาเมื่อนั้น นายเศกวิชช์ สัตยารักษ์ ที่ระลึกในงาน กษิณาลัย ครูภิญโญ โยนกระโทก --------------------------------------- พูดถึงกระจกทำให้นึกถึงกลอนของ "ผลบุญ" อันกระจก นั้นไว้ส่อง มองดูหน้า ลักขณา ว่าเฉิดโฉม หรือน่าขัน ส่องแล้วสวย ส่องแล้วหล่อ จึงยึดกัน แข่งประขัน ปรุงแต่งกาย งมงายใจ ใช้กระจก ส่องแต่กาย เสียดายยิ่ง ประโยชน์จริง ต้องส่องใจ ให้สุกใส ส่องความดี บุญและบาป ก้นบึ่งใจ เห็นแล้วไซ้ร ปรับปรุงตน คือคนดี หากส่องใจ ส่องไปเถิด ประเสริฐค่า เกิดปัญญา พ้นยึดรูปและแสงสี แม้ตัวดำ แต่ใจบุญ คือเทพี เพราะความดี นั้นสูงค่า กว่ารูปกาย (ผลบุญ 9 ตค .40) ด้วยความปรารถนาดี พอล เลอมัง 12月12日 เพชรน้ำพี้ธาตุกายสิทธิ์เพชรน้ำพี้ธาตุกายสิทธิ์ ไหลน้ำพี้ (เพชรน้ำพี้) “ไหลน้ำพี้” คือวัตถุอาถรรพ์ ซึ่งสถิตอยู่ภายในถ้ำบนภูเขาสูงในป่าลึก ซึ่งจะผสมปะปนอยู่ในเนื้อแร่สีดำสนิท หรือสีขาวขุ่น และเชื่อกันว่า “ไหลน้ำพี้” สามารถลบล้างอาถรรพ์ อันเกิดจากคุณไสย์ มนต์ดำ ลมเพลมพัด และมีอำนาจป้องกันภูตผีปีศาจ จิตวิญญาณ ผีร้ายหรือเดรัจฉานวิชาได้ อีกทั้งมีคุณวิเศษด้าน แคล้วคลาด คงกระชันชาตรี เป็นเยี่ยม การอัญเชิญก้อนแร่ไหลน้ำพี้ ในการที่จะอัญเชิญ ก้อนแร่ไหลน้ำพี้ลงมาจากถ้ำได้นั้น จะต้องทำการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเจ้าป่าเขา ที่สถิตอยู่บนถ้ำนั้นด้วยทุกครั้งไป มิฉะนั้นจะไม่สามารถนำก้อนแร่ไหลน้ำพี้ลงมาได้ หากมีผู้พยายามขึ้นไปนำก้อนไหลน้ำพี้ ลงมาทำการหลอมไหลเอง ระหว่างที่ทำการหลอมไหลก็จะบังเกิดอาเพศ สะเก็ดไหลแตกกระจายใส่ผู้ที่หลอม จนเป็นแผลปวดแสบปวดร้อนทรมาน หรือมิฉะนั้นแล้วไหลก็จะแตกร้าว ไม่อาจเป็นรูปเป็นร่างได้เลย การหลอมก้อนแร่ไหลน้ำพี้ การที่จะหลอมไหลน้ำพี้ได้นั้น จะต้องหลอมละลายด้วยความร้อนสูง จนกระทั่งหยดลงและแข็งตัวเป็นก้อนกลม มีลักษณะคล้ายแก้ว “ไหลน้ำพี้” จะมีสีสันต่างกันอาทิ สีขาว สีเขียว สีเขียวเข้ม จนกระทั่งสีดำสนิท ในการที่จะสามารถแยกไหลออกมา จากเนื้อแร่ได้นั้น จะต้องมีการบูชาครูบาอาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน จึงจะสามารถหลอมไหลได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่อาจได้ไหลที่สมบูรณ์ได้เลย จะต้องมีอันต้องแตกหักหรือร้าวทุกครั้งไป เนื่องจาก “ไหลน้ำพี้” เป็นวัตถุอาถรรพ์ที่หาได้ยากยิ่ง จึงไม่มีไว้ขายทั่วไปเนื่องจากเป็นของหายาก และมีแห่งเดียวในโลก ซึ่งปัจจุบันมีเพียงช่างตีเหล็กน้ำพี้ท้องถิ่น ที่สืบทอดแต่โบราณเพียงน้อยราย ที่สามารถกระทำพิธีหลอมไหลได้ ประสบการณ์จากนักรบ มีทหารที่ไปประจำการที่ภาคใต้มากมาย ที่ได้รับไหลนี้ไปปกป้องคุ้มครองภัย ต่างก็แคล้วคลาดปลอดภัย จากศาสตราวุธต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่น่าเสียดายที่บางนายไม่รู้ค่า มองว่าเป็นของปลอมที่ทำขึ้น เป็นแก้วหรือพลาสติก จนกระทั่งใช้ค้อนทุบ จนแตกละเอียด ไม่นานนักระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ทหารนายดังกล่าวก็เหยียบถูกกับระเบิด ร่างแหลกละเอียดเสียชีวิตไปในที่สุด ร่างกายมีสภาพ ไม่ต่างจากไหลที่ถูกเขาทุบจนละเอียดเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่มีความศรัทธา และบูชาไปไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือทำกิจการร้านอาหาร เมื่อนำไหลไปบูชาแล้วต่างก็พบว่า ลูกค้าไหลมาเทมามากขึ้นผิดหูผิดตาทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นแทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านด้วยซ้ำไป ยังมีเรื่องอีกมากมายหลายเรื่อง ที่ไม่สามารถนำมาลงให้ได้หมด สำหรับผู้ที่บูชาไปขอเพียงมีจิตศรัทธาอำนาจของ “ไหลน้ำพี้” เพราะหาไม่แล้ว จะเป็นการน่าเสียดายต่อผู้ครอบครอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ไหลน้ำพี้” จะศักดิ์สิทธ์หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจ ของผู้ที่ครอบครองมากที่สุดนั่นเอง ไม่ต้องสวดบูชาด้วยพระคาถาบทใด เนื่องจากไหลน้ำพี้มีความศักดิ์ในตัวอยู่แล้ว*** เพียงตั้งจิตอธิฐานภาวนาถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือในด้านต่างๆ ให้บังเกิดความสำเร็จตามประสงค์ เหล็กน้ำพี้ เหล็กน้ำพี้ เป็นแร่ที่มีตำนาน เล่าขานกันมานานหลายร้อยปี มีแหล่งอยู่ที่ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพียงที่เดียว และเชื่อกันว่าเป็นโลหะอาถรรพ์ ศักด์สิทธิ์และมีความเหนียวแน่น ที่พบกันมาไม่ต่ำกว่า 400-500 ปีมาแล้ว จากตำราพิชัยสงคราม ได้กล่าวไว้ว่าเหล็กน้ำพี้ เป็นสุดยอดแห่งโลหะมหัศจรรย์ มีอาถรรพ์เร้นลับ และมีสิ่งศักด์สิทธิ์สถิตอยู่ทุกๆ อณู และยังกล่าวถึงอานุภาพของเหล็กน้ำพี้ ว่ามีอาถรรพ์ลบล้างอาถรรพ์ทั้งปวง ได้นานับประการ แม้ว่าศัตรูที่มีวิชาอาคม มีความคงกระพัน ดาบหอกง้าวใดๆ ไม่สามารถระคายผิว แต่หากถูกศาสตราวุธที่ทำจากเหล็กน้ำพี้แล้ว อาถรรพ์เหล่านั้นก็จะถูกลบล้างให้สิ้นไป คมดาบจะกินเลือดของศัตรูให้ไหลริน นอกจากนี้เหล็กน้ำพี้ยังมีอำนาจ ป้องกันภูตผีปีศาจ จิตวิญญาณ และคุณไสย ลมเพลมพัดกระยำย่ำยี ผีร้ายหรือมายาดำ เรียกเดรัจฉานวิชา อีกทั้งยังมีคุณช่วยในการป้องกัน ให้รอดพ้นจากอุบัติภัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งภัยพิบัติต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และทางวรรณคดีเท่าที่สืบค้นพบ ปรากฏแสดงให้เห็นว่า บรรบุรุษไทยได้มีการนำแร่เหล็กน้ำพี้มาถลุง และผลิตเป็นอาวุธนานาชนิด และใช้ต่อสู้กับอริราชศัตรูจนชนะ รักษาเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ ดังเช่น - พระแสงของ้าว ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้กระทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา และต่อมาหลวงสรศักดิ์ ได้ทำมาปราบศัตรู - มีดดาบล้างอาถรรพ์ ของสมเด็จพระนายรายณ์มหาราช ซึ่งตีด้วยเหล็กน้ำพี้ และต่อมาขุนหลวงสรศักดิ์ ได้ทำมาปราบศัตรู - ดาบฟ้าฟื้น ของขุนแผน ขุนศึกของพระพันวษา หรือพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งตีขึ้นมาจากเหล็กน้ำพี้ หลังจากปราบศัตรูราบคาบแล้ว ได้ถวายแด่พระพันวษา ซึ่งปัจจุบันนี้เก็บรักษาอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ - ดาบของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกผู้กล้าของชาวเมืองอุตรดิตถ์ ได้ใช้ดาบที่ตีจากเหล็กน้ำพี้ชื่อ นันทกาวุธ และคาดว่าเมื่อท่านรับราชการ กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว ก็คงถวายแด่พระองค์ด้วย - พระแสงศาสตราวุธ ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลวงจรุงราษฎร์เจริญ นายอำเภอตรอนในสมัยนั้น (2469-2471) ได้นำเหล็กน้ำพี้มอบให้พระยาวิเศษฤาไชย ข้าหลวงประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ นำพระแสงดาบทูลเกล้าฯ ถวาย และอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ เกิดมาหาแก้วเกิดมาหาแก้ว ความลับและความสำคัญยิ่งของดวงแก้วความลับและความสำคัญยิ่งของดวงแก้ว แก้วกายสิทธิ์ แก้วจักรพรรดิ์แก้วกายสิทธิ์ แก้วจักรพรรดิ์ กายสิทธิ์คืออะไรกายสิทธิ์คืออะไร ปี่เซี๊ยะสัตว์มงคลมีอานุภาพในการดูดทรัพย์และขจัดสิ่งชั่วร้ายและทำอย่างอื่นได้อีกไหม?ปี่เซี๊ยะสัตว์มงคลมีอานุภาพในการดูดทรัพย์และขจัดสิ่งชั่วร้ายและทำอย่างอื่นได้อีกไหม? ปี่เซี๊ยะ เป็นสำเนียงจีนกลาง ชื่ออื่นๆ ที่รู้จักอาทิ พีซิว, เทียนลู่ นิยามของแร่ธาตุนิยามของแร่ธาตุ พญาเหยียว ผู้แสวงหาอิสรภาพพญาเหยียว ผู้แสวงหาอิสรภาพ พญาเหยียว 11月24日 วิธีการสร้างบุญบารมี ที่สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ )ทรงพระนิพนธ์ไว้ ( เวอร์ชั่นพ่อมดโลจิสรุปใจความสำคัญ...ซึ่งเวอร์ชั่นเดิมนั้นมีเนื้อหาสาระที่ละเอียดกว่านี้...ซึ่งผมจะได้เขียนเพิ่มเติมทีหลังอีกทีครับ )วิธีการสร้างบุญบารมี ที่สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ )ทรงพระนิพนธ์ไว้ วิธีการสร้างบุญบารมี ที่สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ )ทรงพระนิพนธ์ไว้ ( เวอร์ชั่นพ่อมดโลจิสรุปใจความสำคัญ...ซึ่งเวอร์ชั่นเดิมนั้นมีเนื้อหาสาระที่ละเอียดกว่านี้...ซึ่งผมจะได้เขียนเพิ่มเติมทีหลังอีกทีครับ )
11月22日 ยุทธศาสตร์การเติบโต ในยุคแห่งความวุ่นวายสับสนยุทธศาสตร์การเติบโต ในยุคแห่งความวุ่นวายสับสน ส รุ ป ย่ อ คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่สร้างธุรกิจขึ้นมาจนทำกำไรได้ก้อนโตเมื่อเร็วๆ นี้ แต่กลับเริ่มรู้สึกว่ากำลังเดินออกนอกทางที่จะทำกำไรเพิ่มขึ้นได้อีก คุณรู้สึกอึดอัดบ้าง ไหมที่ริเริ่มทำธุรกิจในยุคอินเทอร์เน็ตแต่กลับมัวกังวลกับการหาวิธีเข้าถึงเป้าหมาย และรู้สึกไขว้เขวกับธุรกิจหลัก คุณรู้สึกบ้างไหมว่าธุรกิจหลักของคุณมีการเติบโตของ กำไรอย่างไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่รู้ว่าศักยภาพสูงสุดอยู่ที่ระดับใดกันแน่? หรือแวดวงธุรกิจ ที่คุณอยู่นั้นกำลังปรับเปลี่ยนทิศทางจนได้เวลาที่จะต้องระบุหรือกำหนดแนวทางธุรกิจ ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์? หากคุณตอบคำถามข้างต้นว่า "ใช่" ไม่ว่าจะเพียงข้อเดียวหรือทั้งหมด คุณวาง ใจได้เลยว่ายังมีคนอีกมากที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกับคุณอยู่ ผลการศึกษาของบริษัท ที่ปรึกษาเบนแอนด์คอมปะนี (Bain and Company) ที่ศึกษาบริษัทผลิตสินค้า และบริการหลากหลายประเภท รวมทั้งกิจการทางด้านเทคโนโลยีกว่า 2,000 แห่ง เป็นเวลา กว่า 10 ปี พบว่า - ธุรกิจจำนวนมากไม่สามารถทำให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นเข้าใจถึงมูลค่าแท้จริงของกิจการ ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะบริษัทเหล่านั้นไม่กล้าลองใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ๆ แต่มักเป็น เพราะพวกเขาแตกแขนงกิจการออกไปนอกทางของธุรกิจหลักมากเกินไป - การแตกแขนงกิจการออกไปจากธุรกิจหลักอาจทำลายมูลค่ากิจการที่เคย ตั้งไว้ และจะเป็นการจำกัดโอกาสในการเติบโตต่อไปของธุรกิจ ใน Profit from the Core ผู้เขียนคือ คริส ซูค ผู้ดูแลด้านแนวปฏิบัติด้านการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ของเบนแอนด์คอมปะนี และเจมส์ อัลเลน ระบุถึงปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่จำแนกความแตกต่างระหว่างยุทธศาสตร์การเติบโต ที่นำไปสู่ความสำเร็จ กับยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความล้มเหลว ดังนี้ 1. คุณต้องมั่นใจว่าคุณกำลังใช้ศักยภาพของคุณอย่างเต็มที่ในการดำเนินธุรกิจ หลักหรือธุรกิจอื่น ๆ 2. เมื่อคุณได้ใช้ศักยภาพสูงสุดในการบริหารธุรกิจหลักแล้ว คุณต้องขยายตัว ไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างแท้จริงกับธุรกิจหลัก 3. คุณต้องกำหนดแนวทางธุรกิจหลักของคุณเสียใหม่เพื่อรับมือกับสัญญาณที่ส่อเค้าว่า จะเกิดความเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนในตลาด ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาโดยสรุปย่อดังต่อไปนี้
มุ่งหน้าเต็มที่สู่การเติบโต เรื่องที่ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ จะทำให้กิจการเติบโตได้อย่างไร ไม่ว่าในยามที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง หรือในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งนี้ก็เพราะ ‘ โดยทั่วไปแล้วผู้ถือหุ้นจะยอมให้บริษัทมีมูลค่า ราว 26 เท่าของรายได้ของผู้ถือหุ้น จึงเท่ากับว่าบริษัทจะต้องมีอัตราการเติบโต 3-4 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ‘ นักลงทุนให้เวลาฝ่ายบริหารน้อยลงในการที่จะพิสูจน์ฝีมือและสร้างผลงาน นักลงทุนในยุคนี้ตัดสิน ใจซื้อหรือขายหุ้นเร็วกว่าเมื่อสองสามทศวรรษก่อนถึง 5 เท่า พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ให้บริษัทมีอัตราเติบโตและต้องเป็นการเติบโตทุกๆ ไตรมาส ‘ มีผลวิเคราะห์ว่าราว 90 % ของทีมบริหารมักล้มเหลว ในการทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความคาดหวังของนักลงทุนมีแต่ จะเพิ่มสูงขึ้น ‘ ฝ่ายบริหารจะพบปัญหาการหาตัวคนเก่งที่มีฝีมือ โดยมีปัญหาทั้งในการค้นหาตัวบุคคลดังกล่าวและ รักษาพวกเขาไว้กับองค์กร อย่างในแวดวงธุรกิจเทคโน โลยีข้อมูลนั้นจะต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 13 เดือนในการหาตัวคนมีฝีมือได้สักคน ‘ คนที่เป็นผู้ฝึกอบรมให้แก่บรรดาผู้บริหารระดับ สูงรวมทั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกิจการต่างๆ มีเวลาในการทำหน้าที่ดังกล่าวเพียงหนึ่งในสามของที่เคยมีเมื่อราวสิบปีก่อน ‘ กฎของเกมธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความผันผวนในแวดวงธุรกิจอุตสาหกรรมมีเพิ่มขึ้นทุกขณะ อันสืบเนื่องมาจากความต้องการความคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโต มีหลายบริษัทที่ยอมแพ้เมื่อสินค้าที่ผลิตขึ้นมาหรือแนวทางธุรกิจที่ดำเนินอยู่ไม่ทำให้กิจการมีอัตราการ เติบโตอย่างโดดเด่นอย่างที่ผู้ถือหุ้นคาดหวัง ผู้บริหาร อาจจะล้มเลิกความคิดที่จะเดินหน้า และละทิ้งธุรกิจหลักไปอย่างน่าเสียดาย โดยหวังว่าจะไปเอาดีทางอื่น การไม่ยอมแก้ปัญหาให้ตรงจุดจะยิ่งทำให้โอกาสที่จะสร้างการเติบโตและการทำกำไรยิ่งเป็นไปได้ยาก ความลับของการเติบโตอยู่ที่ธุรกิจหลักของคุณ รากฐานของการสร้างการเติบโตและทำกำไรให้ กับกิจการได้อย่างยั่งยืน อยู่ที่การกำหนดแนวทางของธุรกิจหลัก ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ธุรกิจอาจกำหนดแนวทาง ของตนจากมุมมอง 2 ประการดังนี้ ‘ มุมมองจากภายนอกเข้าหาภายใน หรือจากการมองโลกภายนอก ซึ่งมีขอบเขตธุรกิจตามธรรมชาติ โดยอิงอยู่กับระบบเศรษฐกิจการตลาดที่เป็นจริง ‘ มุมมองจากภายในออกสู่ภายนอก หรือจากการมองของคนที่อยู่ภายในองค์กร ซึ่งกำหนดขอบข่ายธุรกิจ โดยอาศัยส่วนที่เป็นแกนหลักของกิจการ การระบุธุรกิจหลักเริ่มต้นด้วยการระบุถึงสิน ทรัพย์ต่างๆ ดังนี้ ‘ ลูกค้าที่จะทำให้คุณมีกำไรมากที่สุด ‘ ขีดความสามารถในเชิงยุทธศาสตร์ที่แตกต่าง จากผู้อื่นอย่างเด่นชัด ‘ สินค้าที่โดดเด่นที่สุด ‘ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดีเยี่ยมที่สุด ‘ สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับสินทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น (เช่น สิทธิบัตร ชื่อยี่ห้อ เป็นต้น) การกำหนดธุรกิจหลักอาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับบริษัทบางแห่ง แต่กลับยากเย็นที่สุดสำหรับบางบริษัท ไม่ว่าจะในกรณีใด ผู้บริหารจำเป็นต้องมีการกำหนดธุรกิจหลักให้เป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้ง ในหนังสือเล่มนี้จะถือ ว่าธุรกิจหลักกำหนดขึ้นได้โดยระบุถึงชุดของสินค้า ขีดความสามารถ ลูกค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายและสภาพ ทางภูมิศาสตร์ที่บอกให้รู้ได้ว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอะไรหรือมุ่งหวังจะเป็นเช่นไร เพื่อที่จะหารายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน การจะไปสู่จุดนั้นผู้บริหารจะต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ดังนี้ 1. การสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาดใน ธุรกิจหลัก หรือในธุรกิจที่เป็นส่วนย่อยลงมาของธุรกิจหลัก 2. การจะทำเช่นนั้นได้ จำต้องขยายไปสู่ธุรกิจที่ เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจโดยรอบโดยใช้หลักการขยายอย่างมีเหตุผล 3. มีการปรับย้ายหรือกำหนดธุรกิจหลักใหม่ เพื่อ รับมือกับความผันผวนทางธุรกิจ
การสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาดในธุรกิจหลัก การจะทำให้กิจการมีการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องยากเย็นที่สุด หากปราศจากธุรกิจที่เป็นแกนหลักที่แข็งแกร่งอย่างน้อยหนึ่งอย่าง แบบแผนการเติบโตที่จะอยู่ได้ยืนยาวที่สุดคือการมีธุรกิจหลักที่แข็ง แกร่งและเป็นผู้นำตลาดที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนซ้ำ และมีการปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์ทางธุรกิจ อีกทั้งเสาะหาตลาดใหม่ทั้งในเชิงของภูมิศาสตร์ หรือช่องทาง การจัดจำหน่าย ขั้นตอนในการแสวงหากำไรจากธุรกิจหลัก การพัฒนา และหมั่นตรวจสอบยุทธศาสตร์การเติบโตของบริษัทที่อิงอยู่กับธุรกิจหลักที่โดดเด่น ทำได้โดยดำเนินการสามขั้นตอนดังนี้ 1. กำหนดขอบเขตของธุรกิจและกำหนดธุรกิจหลักให้ชัดเจน 2. คัดสรรสิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาเพื่อสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาด 3. หามูลค่าในเชิงศักยภาพอย่างเต็มรูปของธุรกิจที่เป็นแกนหลัก ขั้นที่ 1 กำหนดขอบเขตของธุรกิจและกำหนดธุรกิจหลักให้ชัดเจน การกำหนดขอบเขตของธุรกิจและส่วนที่เป็นแกน หลักเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญยิ่งของยุทธศาสตร์การเติบโต หากไม่มีการระบุสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียแต่ต้น จะทำให้ การวางตำแหน่งการแข่งขัน กับคู่แข่งเป็นเรื่องยุ่งยากไป ด้วย อีกทั้งอาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการกำหนดความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโอกาสในการเติบโต ตัวอย่างเช่น บริษัทมาร์เวล เอ็นเตอร์ไพรซ์ (Marvel Enter- prises) ซึ่งเป็นผู้สร้าง Spiderman และตัวการ์ตูนอื่นจะจัดว่าอยู่ในธุรกิจหนังสือการ์ตูน ธุรกิจภาพยนตร์การ์ตูน หรือธุรกิจของเล่นเด็กก็ได้ แต่คำตอบจะต้องมีนัยที่เกี่ยว โยงกับการบริหารส่วนที่เป็นทรัพย์สินหลักของบริษัทซึ่งก็คือ ตัวการ์ตูน (ดิสนีย์เป็นกิจการหนึ่งที่เลือกกำหนด ธุรกิจหลักของตนให้อยู่ที่ธุรกิจบันเทิง) ทั้งนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดขอบเขตของธุรกิจให้ชัดเจนมีดังนี้ ‘ การเสาะหาและการขาดการผนวกประสานกันของสายโซ่มูลค่ากิจการหลัก ‘ การที่ลูกค้ามีแนวโน้มแบ่งซอยเป็นกลุ่มเล็กลงเรื่อยๆ และคู่แข่งก็สามารถระบุตัวได้ชัดขึ้น ‘ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในท่ามกลางรูปแบบทางธุรกิจที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน ‘ โลกาภิวัตน์ทำให้ขอบเขตทางภูมิศาสตร์เลือน หายไป ‘ ยุทธศาสตร์ในการจัดการเชนซัปพลายที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การแข่งขันในหมู่ซัปพลายเออร์เข้มข้น ขึ้นตามไปด้วย การกำหนดนิยามของธุรกิจหลัก จึงเป็นทั้งเรื่อง ของการพิจารณาอย่างรอบคอบในเชิงธุรกิจโดยประยุกต์ ใช้สูตรการคิดคำนวณต่างๆ เข้าช่วย คุณจะต้องมีความ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเกี่ยวกับลูกค้าและสินค้าหลักที่คาด ว่าจะทำกำไรให้กับกิจการในสัดส่วนที่สูง และจะต้องเข้าใจถึงตลาดในส่วนที่ซอยย่อยลงไปซึ่งเป็นส่วนที่แตก ออกมาจากธุรกิจหลักของคุณ ส่วนย่อยๆ ที่เรียกว่า segment เหล่านี้จะต้องมีการจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้องด้วย ตัวอย่างเช่น Gateway ซึ่งเป็นกิจการที่กำหนดธุรกิจหลักของตนว่าเป็นผู้จำหน่ายพีซีแก่ลูกค้ารายย่อย จึงไม่ไปข้องเกี่ยวกับพีซีที่จำหน่ายให้กับภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าส่วนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักจะต้องมองข้ามไปหรือละเลยไปเสียหมด ทาง ที่ดีควรพิจารณาส่วนที่อาจเหลื่อมล้ำก้ำกึ่งกันอยู่ และอาจ มีธุรกิจส่วนที่ไม่ใช่แกนของกิจการในขณะนี้แต่มีศักยภาพ จะเป็นธุรกิจหลักได้ต่อไป ทั้งนี้มีเกณฑ์พิจารณาดังนี้ ‘ คุณจะต้องการขยายแนวทางธุรกิจออกไปให้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีหรือตลาดที่เป็น segment ย่อย ใหม่บ้างหรือไม่ ‘ ธุรกิจในส่วนที่มีความเหลื่อมล้ำและมีโอกาสจะพัฒนาเป็นแกนต่อไปนั้นมีศักยภาพในเชิงการแข่งขัน ที่จะมีผลต่อผลกำไรรวมของกิจการอย่างไร ‘ มีธุรกิจที่ก้ำกึ่งกับธุรกิจหลักของคุณที่คู่แข่งสามารถใช้โจมตีธุรกิจหลักของคุณหรือไม่ ‘ มีขีดความสามารถหรือทักษะใดที่คุณต้องนำเข้ามาใช้ในบริษัทเพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ ส่วนที่อยู่รอบๆ ธุรกิจหลักของคุณ ‘ มีโอกาสที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและทำให้ ธุรกิจหลักยังคงมีเสถียรภาพหรือไม่ ขั้นที่ 2 คัดสรรสิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาเพื่อสร้างอำนาจ และอิทธิพลทางการตลาด คุณต้องระบุและหาวิธีการจำแนกความแตกต่าง ให้เกิดความโดดเด่นซึ่งจะทำให้ธุรกิจหลักคงมีอำนาจ และอิทธิพลเหนือลูกค้า คู่แข่ง และผลกำไรรวม มีวิธีการ 4 อย่างที่จะสร้างอำนาจและอิทธิพลให้กับธุรกิจหลัก ‘ ความภักดีของลูกค้า การสร้างความภักดีของลูกค้าเป็นการสร้างพลัง การตลาดที่โดดเด่นและแข็งแกร่ง การทำสัญญาว่าจ้าง ประจำ เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง เมื่อได้สัญญาประเภท นี้เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว อัตราการเติบโตของบริษัทจะเพิ่มราว 5-10% ‘ ความเป็นผู้นำช่องทางการจัดจำหน่าย การเป็นผู้นำในช่องทางการตลาดหรือการจัดจำหน่ายเป็นปัจจัยสำคัญประการที่สอง ในการสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาด การขายสินค้าระบบออนไลน์เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตช่วยให้บริษัทหลายแห่ง มีศักยภาพในการสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาดโดยอาศัยช่องทางการขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็มีบริษัทอีกมากมายที่เข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจอื่น เช่น เพื่อให้มีการไหล เวียนของสินค้าที่ลูกค้าต้องการ (เช่นกรณีของ Amazon) เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีการไหลเวียนออกไปผ่านทางอินเทอร์เน็ต (กรณีของ Yahoo) เพื่อให้มีการไหลเวียนของ เงินและหลักทรัพย์ (กรณีของ Intuit) ‘ การจำแนกความแตกต่างในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ พลังของการจำแนกความแตกต่าง โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าเป็นสิ่งที่ได้มายาก มีบริษัท น้อยกว่า 5% จากการสำรวจที่อาศัยวิธีการนี้ แต่บริษัทที่เลือกวิธีนี้ส่วนใหญ่สามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ได้และเป็น ผู้นำที่สามารถทำกำไรได้ ตัวอย่างความสำเร็จที่เด่นชัด คือ กิจการโซนี่ (Sony) ที่มีอัตราการเติบโตมหาศาล (ยอดรายได้เพิ่มขึ้น 13.9% ต่อปี และกำไรรวมต่อปีเพิ่มขึ้น 48.9%) ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการขนเอาสินค้าที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่าคู่แข่ง ‘ การยึดกุมส่วนที่เป็นทุนไว้ วิธีการสุดท้ายคือการยึดกุมอำนาจและอิทธิพลทางการตลาดโดยการสร้างมูลค่าตลาดที่สูง ยึดครองส่วนแบ่งตลาดได้และทำผลกำไรรวมได้ดี ซึ่งอาจต้องใช้ การลงทุนมหาศาลหรือซื้อกิจการเพิ่มเข้ามา วิธีนี้เป็น การใช้ทุนที่ "เป็นรากฐาน" ในการสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาด ตัวอย่างเช่น Critical Path และ Mail.com เป็นผู้ให้บริการข้อมูลและอีเมล โดยฝ่ายแรกมีมูลค่ากิจการ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนฝ่ายหลังมีมูลค่ากิจการ 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หาก Critical Path เล็งเห็นประโยชน์จากความแตกต่างของมูลค่ากิจการทั้งสอง แล้วเลือกใช้วิธีซื้อกิจการฝ่ายหลังไว้ก็จะผลักดันให้กิจการมีมูลค่ารวมสูงขึ้นอีกมาก ขั้นที่ 3 หามูลค่าในเชิงศักยภาพอย่างเต็มรูปของธุรกิจที่เป็นแกนหลัก บริษัทหลายแห่งมีหรือเคยมีส่วนผสมที่เหมาะกับ การสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้อาจคำนึงถึงแต่ศักยภาพของส่วนแกนที่ทำ กำไร จนส่งผลให้ตัดสินใจลงทุนน้อยเกินไป หรือกำหนด เป้าหมายการดำเนินงานต่ำกว่าที่ควร อันที่จริง บริษัทหลายแห่งมีแนวโน้มที่จะประเมินสภาพของธุรกิจหลักต่ำเกินไปดังนี้ ‘ ผลตอบแทนจากการลงทุน คุณต้องการให้ธุรกิจของคุณมีกำไรเท่าไร จะตั้งกำไรไว้เท่าไร รวมทั้ง กำหนดผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับฝ่ายบริหารเท่าไร ทั้งหมดนี้เป็นคำถามสำคัญที่ผู้บริหารต้องตอบให้ ได้ทุกๆ ปี แต่ส่วนใหญ่มักได้คำตอบที่ผิดเพราะเข้าใจผิดในเรื่องศักยภาพเต็มรูปของธุรกิจหลัก และศักยภาพในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในการวางตำแหน่ง ทางการตลาดของธุรกิจหลัก ‘ อัตราการลงทุนหมุนเวียนซ้ำ เป็นสิ่งที่คำนวณ หาได้จากผลรวมของค่าใช้จ่ายด้านทุน การวิจัยและพัฒนา และการโฆษณาที่เกี่ยวเนื่องกับการขายสินค้า ให้ เปรียบเทียบกับอัตราการลงทุนหมุนเวียนของกิจการที่เป็นคู่แข่งด้วย อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าววิเคราะห์และติดตามได้ยาก แต่จะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญยิ่งเกี่ยวกับแนวโน้มการแข่งขัน และอนาคตทางธุรกิจ การวาง แผนยุทธศาสตร์โดยไม่มีการรวบรวมและตีความอัตราการลงทุนหมุนเวียนซ้ำ เปรียบเหมือนการทำนายสภาพอากาศโดยไม่ได้ดูทิศทางความเร็วลมและอุณหภูมิ ‘ การรวมกำไรจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ลองนึก ดูว่าธุรกิจหลักที่ทำกำไรให้นั้น ตั้งอยู่ส่วนแกนกลางของเครือข่ายอันซับซ้อนที่เชื่อมโยง ทั้งซัปพลายเออร์โดยตรง ซัปพลายเออร์ของซัปพลายเออร์ ลูกค้าโดยตรง ลูกค้าของลูกค้า สินค้าที่เป็นของแถม สินค้าทดแทน คู่แข่ง และอื่นๆ อย่างไรบ้าง ในหลายกรณีจะพบว่าปลายสุด ท้ายของเครือข่ายความเชื่อมโยงดังกล่าวก็คือกองกลาง ของส่วนเกินทางเศรษฐกิจและกำไรของธุรกิจหลักนั่น เอง นอกจากนั้น ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากการที่บริษัทมีอำนาจ และอิทธิพลทางการตลาดในธุรกิจหลัก ก็จะมีผลต่อการที่บริษัท จะสามารถกำหนดหรือแบ่งปันกำไร และส่วนเกินจากกองกลางในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักด้วย ตัวอย่างเช่นไมโครซอฟท์ซึ่งมีอิทธิพลในส่วนของเบราเซอร์ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง กับธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท เป็นต้น
การขยายสู่ธุรกิจที่ใกล้เคียงกันอย่างมีเหตุผล การขยายสู่ธุรกิจที่ใกล้เคียงกันอย่างมีเหตุผลหมายถึงการที่กิจการขยับขยายเข้าสู่ธุรกิจ ที่จะมีส่วนเสริมหรือสนับสนุนให้ธุรกิจหลักมีความแข็งแกร่งขึ้น การมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักและการแสวงหาช่องทาง ธุรกิจใหม่ๆ (แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ก็ตาม) เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจเป็นการสูญเสียแรงกายแรงใจโดยใช่เหตุ และอาจเสี่ยงต่อการสร้างธุรกิจที่ในท้ายที่สุดก็ไม่มีคุณค่าใดๆ แต่ในขณะเดียวกันหากคุณลงหลักปักฐานอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นการหนุนเสริมให้ธุรกิจหลักมีกำไรเพิ่มขึ้น และทำให้กิจการมีความคืบหน้าต่อไป การจะตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องการขยายตัวทางธุรกิจ ไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักจึงต้องคำนึงถึงประเด็นสำคัญ 3 ประการคือ การระบุหรือกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องเหมาะสม การเลือก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับธุรกิจหลัก และการหลีกเลี่ยงหลุมพรางที่จะเกิดขึ้นจากการขยายธุรกิจออก ไป ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ‘ การระบุหรือกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องเหมาะสม โดยทั่วไปแล้วธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักประกอบด้วย ‘ ธุรกิจที่เชื่อมโยงลูกค้ากับผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน การขยายตัวที่ถูกต้องควรเป็นการขยายเข้าสู่ตลาดสินค้า และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต่างก็มีส่วนเสริมซึ่งกันและกัน บริษัทเดอเบียส์เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ใช้ความโดดเด่นทาง การตลาดในการผลิตแหวนหมั้นเพชร ทำให้การมอบแหวนหมั้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในญี่ปุน การรณรงค์ดังกล่าวเริ่มเมื่อปี 1966 ซึ่งเป็นช่วงที่คู่หนุ่มสาวซึ่งนิยมใช้แหวนหมั้นเพชรในญี่ปุ่นมีสัดส่วนเพียง 6% แต่ปัจจุบันสัดส่วนตลาดนี้เพิ่มเป็นถึง 65% ‘ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้เงินจากกระเป๋าเดียวกัน จับทางให้ถูกว่า ส่วนใดในธุรกิจที่เป็นแกนหลักของคุณ ซึ่งเป็นที่ต้องตาต้องใจลูกค้าแล้วใช้จุดนั้นขยายธุรกิจใหม่ ต่อไป คุณมีโอกาสสร้างความภักดีต่อสินค้าได้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น วอลท์ ดิสนีย์เริ่มแตกแขนงสู่ธุรกิจ ที่ใกล้เคียงกับธุรกิจตั้งแต่ปี 1929 โดยวางตลาดสมุดฉีก สำหรับเขียนจดหมายลวดลายการ์ตูนมิคกี้เมาส์ ความ สำเร็จในครั้งนั้นทำให้มีการส่งเสริมการขายข้ามสายธุรกิจเชื่อมโยงระหว่าง ภาพยนตร์ของดิสนีย์กับตัวการ์ตูน ทั้งหลาย ซึ่งรวมทั้งนาฬิกามิคกี้เมาส์ รายการโทรทัศน์มิคกี้เมาส์คลับไปจนถึงดิสนีย์แลนด์ และวอลท์ดิสนีย์เวิลด์ ‘ ธุรกิจที่ใกล้เคียงซึ่งเกิดขึ้นจากขีดความสามารถ ภายในองค์กร ธุรกิจกลุ่มนี้เกิดมาจากการมีความรู้ความ สามารถภายในองค์กรเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี กระบวนการดำเนินธุรกิจหรือ การบริหารมูลค่ากิจการ ตัวอย่างเช่น รอยเตอร์เป็นกิจการ สำนักข่าวที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยี เมื่อแรกเริ่มกิจการในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ผู้ก่อตั้ง ใช้นกพิราบสื่อสารเป็นตัวส่งข่าวสารราคาหุ้นให้กับลูกค้า ที่อยู่ห่างไกล ทว่าเมื่อกิจการได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ใน ปี 1984 รอยเตอร์ก็เป็นกิจการที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการส่งข่าวสารและข้อมูลทางการเงินมาใช้อย่าง ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นระบบเคเบิล ระบบโทรศัพท์ จนกระทั่งล่าสุดคือใช้อินเทอร์เน็ต
การเลือกธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับธุรกิจหลัก ทีมบริหารมีภารกิจที่จะต้องเร่งหาทางเลือกในการรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก แต่ก่อน ที่จะตัดสินใจลงทุนทรัพยากรอย่างทุ่มเท ควรถอยหลังมาสักก้าว แล้วตรวจสอบการพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์ และความรู้ความสามารถในด้านธุรกิจโดยตอบคำถามเหล่านี้ 1. ธุรกิจใหม่ที่เลือกนี้จะส่งเสริมให้ธุรกิจหลักแข็ง แกร่งขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะหากคุณมีธุรกิจหลักหลาย อย่างยิ่งต้องพิจารณาให้รอบคอบ? 2. ธุรกิจใหม่นี้จะเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าหลักของ คุณหรือไม่? 3. ธุรกิจใหม่นี้เป็นฉนวนคอยกั้นไม่ให้คู่แข่งที่มีความสามารถสูงเข้าโจมตีธุรกิจหลักของคุณได้หรือไม่? 4. ธุรกิจใหม่นี้กำหนดตำแหน่งในทิศทาง ที่จะทำให้แหล่งรวมผลกำไรของธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่? 5. คุณมีทางเลือกในการสร้างความเป็นผู้นำทาง ธุรกิจอย่างเปิดเผย และมีการปกป้องสถานภาพของลูกค้า รวมทั้งต้องใช้ความเป็นผู้นำทางธุรกิจร่วมกับธุรกิจ หลักด้วยหรือไม่? 6. ธุรกิจใหม่นี้ปิดกั้นไม่ให้เกิดความไม่แน่นอน ทางยุทธศาสตร์หรือไม่? 7. ธุรกิจใหม่นี้นำไปสู่การเคลื่อนไหวอื่นที่จะสร้าง หรือปกป้องธุรกิจหลักได้หรือไม่? 8. ธุรกิจใหม่นี้เป็นธุรกิจที่เข้าไปโจมตีด้านหลังของคู่แข่งหน้าใหม่หรือไม่? 9. หากไม่ได้เข้าสู่ธุรกิจใหม่นี้แล้วจะทำให้ธุรกิจ หลักเพลี่ยงพล้ำแก่คู่แข่ง หรือทำให้ธุรกิจหลักมีความผันผวนและตกต่ำลงหรือไม่ เพียงไร? 10. คุณได้สำรวจอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่ว่ามีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อะไรอีกบ้าง ที่อาจเป็นทางเลือก ได้เช่นกัน? เมื่อได้ตอบคำถามทั้งสิบข้อข้างต้นแล้วคุณย่อม สามารถจัดลำดับทางเลือกต่างๆ โดยมีภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่เห็นได้เด่นชัด และมองเห็นถึงประโยชน์หรือข้อดีของทางเลือกแต่ละทาง ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจ ได้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรได้ แต่อย่าลืม ปรับมุมมองที่ต้องการมุ่งเน้นให้แคบลงเพื่อให้เห็นได้อย่างเด่นชัด และเป็นไปตามทิศทางหรือแผนของธุรกิจหลัก การหลีกเลี่ยงหลุมพรางที่จะเกิดขึ้นจากการขยายธุรกิจออกไป เมื่อลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักแล้ว ต่อไปเป็นเรื่องการสร้างมูลค่าให้กิจการ และเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงหลุมพรางที่อาจเกิดขึ้นในช่วงขยายตัวสู่ธุรกิจใหม่ ดังนี้ ‘ ขยายตัวแบบมีการขุดสนามเพลาะสำหรับตั้งมั่น การรุกเข้าตลาดใหม่ ซึ่งยังไม่คุ้นเคยหรือยังไม่สามารถสร้างอำนาจและอิทธิพลทางการตลาดได้ อาจต้องเสียทรัพยากรโดยดึงไปจากธุรกิจหลักเพื่อสนับสนุน การเติบโตของธุรกิจใหม่ อย่าลืมว่าในเชิงการทหารนั้น หากส่งทหารออกสู่แนวหน้าเต็มอัตราศึกอาจเป็นการสูญเสียอย่างยิ่ง ‘ อย่าประเมินการทำกำไรให้สูงเกินไป การประสบความสำเร็จมีความสำคัญยิ่งเมื่อมีการเติบโตภาย หลังจากที่มีการขยายตัวของการทำกำไรรวมมากกว่าผลกำไรเฉพาะหน้าหรือระยะสั้น ผลกำไรรวมของกิจการ นั้นเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างธุรกิจ พอๆ กับขนาด ของตลาดและมูลค่าของลูกค้า จึงจำเป็นต้องกำหนดผล กำไรรวมของกิจการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวก่อนที่จะมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ ‘ การคิดแบบรวบรัด ให้ระวังบริษัทที่อ้างว่าจะเป็นแหล่งรวมบริการแบบ "one-stop-shop" เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า เพราะมีบ่อยครั้งที่วิธีการดังกล่าวนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าขอบข่ายของธุรกิจนั้นกว้าง ขวางเกินกว่าที่จะปฏิบัติได้จริง และอาจนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างเกินขอบเขต และที่จริงลูกค้าส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้ชอบร้านที่มีทุกอย่างครบครันเท่าไรนัก ‘ การบุกรุกจากด้านที่ไม่ทันระวังตัว การค้นพบ ช่องทางการตลาดใหม่ที่ไม่เคยมีใครรุกเข้าไปมาก่อน อาจทำให้มีผู้บุกรุกจากทิศทางอื่นที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เช่นกัน อย่าปล่อยให้ความไม่คุ้นเคยกับการคุกคามของ คู่แข่งนำคุณไปสู่การประเมินความแข็งแกร่งและธรรมชาติของการต่อสู้ต่ำกว่าที่ควร การกำหนดธุรกิจหลักใหม่เพื่อรับมือกับ ความผันผวนทางธุรกิจ ความผันผวนทางธุรกิจจะวิ่งเข้าหาเราอย่างรวด เร็ว และมาอย่างเต็มแรงอย่างชนิดที่ผู้บริหารไม่คาดคิด มาก่อน เวลาในการตัดสินใจแก้ปัญหาจึงสั้นลงและเต็ม ไปด้วยความไม่แน่นอน ในขณะที่ทางเลือกในเชิงยุทธศาสตร์จะมีมาก ผู้บริหารจึงต้องพิจารณาไตร่ตรองอย่าง รอบคอบและรอบด้านเกี่ยวกับรากฐานของธุรกิจหลัก และควรกำหนดแนวทางของธุรกิจหลักให้นำหน้าการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ทั้งนี้โดยใส่ใจกับปัจจัยคุกคามที่สำคัญ 5 ประการคือ ‘ การบ่อนเซาะที่เกิดจากภาคธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกมองข้าม ปัญหาทำนองนี้ จะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อตลาดลูกค้ากลุ่มที่เคยเป็นกลุ่มที่ไม่ทำกำไรหายไป ซึ่งบ่อยครั้งเป็นเพราะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ประหยัดต้นทุน ได้มากกว่าเข้าสู่ตลาดที่เดิมไม่สู้จะทำกำไร แล้วพลิกผัน ให้ตลาดนี้กลับมาทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีของเมอร์ริล ลินช์ (Merrill Lynch) ที่เคย เพิกเฉยการค้าหลักทรัพย์แบบออนไลน์ในช่วงแรก ทำให้ อี-เทรดเดอร์หน้าใหม่อย่าง ชาร์ลส์ ชวาบ (Charles Schwab) ไล่ขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้ในระยะเวลารวดเร็ว ‘ การบ่อนเซาะที่เกิดจากลูกค้า ความพึงพอใจ ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ หากมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับสินค้า เพิ่มขึ้น โอกาสที่จะเสียส่วนแบ่งตลาดย่อมเพิ่มตาม อย่าง กรณีลูกค้าในกลุ่มรถยนต์นั้นอาจจะยอมเสียเงินซื้อรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งไว้ หากมีความพอใจรถคันนั้นโดยรวมราว 70-80% แต่กว่าครึ่งของลูกค้าเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเลือกซื้อรถยี่ห้ออื่นได้ในปีหน้า ดังนั้น การระมัดระวังเรื่องข้อบกพร่องของสินค้าและความภักดีของลูกค้าจึงเป็นมาตรวัดพฤติกรรม และความพึงพอใจของลูกค้าที่แท้จริง ‘ การบ่อนเซาะที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจย่อย การ จู่โจมของคู่แข่งหน้าใหม่ที่รุกเข้าสู่ตลาดลูกค้ากลุ่มย่อยโดยใช้รูปแบบธุรกิจแบบเจาะจงเป้าหมาย และกลยุทธ์ที่เหนือชั้นเป็นสิ่งพึงระวังอย่างยิ่ง เพราะจะสังเกตเห็นคู่แข่งแบบนี้ได้ยาก แต่กลับเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวและอาจ ทำให้สั่นคลอนถึงรากฐานของธุรกิจ และการแข่งขัน ตัวอย่างของกรณีนี้ก็คือ การที่กลุ่มผู้ชมรายการของ CBS News หันไปนิยมรายการของ CNN โดยที่ทางซีบีเอส ไม่ทันได้ระวังตัวในช่วงแรก ‘ การบ่อนเซาะของขอบข่ายธุรกิจแบบเดิม การ เปลี่ยนแปลงที่จะเป็นผลร้ายต่อธุรกิจอีกประการหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นของคู่แข่งหน้าใหม่เป็นจำนวนมากในเวลา อันรวดเร็วโดยสามารถยึดกุมการแข่งขันในเชิงพื้นที่ไว้ได้ อย่างเช่น กรณีการเกิดขึ้นของอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบดิจิตอลที่ทำให้เจ้าตลาดถ่ายเอกสาร อย่างซีร็อกซ์ต้องปรับทิศทางขนานใหญ่ ‘ คนคั่นกลางและควบคุมธุรกิจรายใหม่ ธุรกิจ ที่สามารถทำกำไรสูงได้เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานมักเป็นธุรกิจที่สามารถควบคุมตำแหน่งทางธุรกิจ ภายใต้กรอบของธุรกิจในภาพรวมไว้ได้ เช่นที่ไมโครซอฟท์สามารถยึดกุมตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไว้ได้ด้วยการที่ระบบปฏิบัติการ DOS นั้นมีขีดความสามารถ ในการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เป็นต้น เมื่อไรที่ควรกำหนดหรือระบุทิศทางธุรกิจใหม่ แม้ว่าคุณจะคอยระแวดระวังภัยคุกคามธุรกิจหลักของคุณ ด้วยการติดตามข้อมูลข่าวสารการเปลี่ยน แปลงในภาคธุรกิจอย่างรอบคอบครบถ้วนเพียงใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรทำควบคู่กันด้วยก็คือ การกำหนดเกณฑ์สำหรับการระบุธุรกิจหลักเสียใหม่ เรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จเนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องที่สลับซับซ้อน แต่ก็มีช่องทางในการทดสอบว่าเมื่อไรที่ควรมีการกำหนดธุรกิจหลักใหม่ได้ โดยมีตัววัดดังนี้ ‘ คู่แข่งรายใหม่กำลังเข้าครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตลาดธุรกิจ รอบนอกที่คุณเคยควบคุมได้มาตลอด ใช่หรือไม่? ‘ ขั้นตอนการสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่คุณเคยถือ ว่าเป็นแกนหลักกำลังระส่ำระสายและต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาดูแลแล้ว ใช่หรือไม่? ‘ มีตลาดลูกค้ากลุ่มย่อยที่ใกล้เคียงกับธุรกิจหลักที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นตลาดที่คุณเคย ดูแลได้ แต่ตอนนี้กลับเล็งเป้าหมายได้ไม่ถนัดหากไม่อัดฉีดขีดความสามารถบางอย่างเสริมเข้าไป ใช่หรือไม่ หากคำตอบ "ใช่" มีถึงสองข้อหรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่า คุณจำต้องพิจารณากำหนดธุรกิจหลัก เสียใหม่อย่างจริงจังได้แล้ว และในการพิจารณาดังกล่าว มีข้อพึงคิดดังนี้ ‘ อย่าระบุธุรกิจหลักใหม่โดยขาดวิสัยทัศน์อันแจ่มชัด และขาดหลักการเชิงยุทธศาสตร์ ที่ฝ่ายบริหารเห็นชอบด้วย ‘ อย่าระบุธุรกิจหลักใหม่โดยไม่มีการพิจารณาในประเด็นที่ว่า ความผันผวนจะเกิดขึ้นในลักษณะใดได้ บ้าง และควรกำหนดจุดยืนในทางการตลาดแบบใดเพื่อให้เกิดความได้เปรียบเชิงแข่งขันสูงที่สุด ‘ สำรวจทางเลือกในเชิงโครงสร้างให้รอบด้านที่สุดเพื่อให้เกิดความสมดุล ระหว่างความต้องการที่จะผนวกประสานกับธุรกิจหลักที่มีอยู่เดิมกับความรวดเร็วซึ่งเป็นประเด็นสำคัญทั้งคู่ ‘ ให้ลงทุนอย่างเต็มที่กับการสร้างขีดความสามารถในการบริหาร และกระบวนการบริหารงานในขั้นแรกเริ่มของการกำหนดธุรกิจหลักใหม่
บทเรียนบอสช์แอนด์ลอมบ์ บอสช์แอนด์ลอมบ์เป็นตัวอย่างกิจการที่เคยเกิดอาการเสียศูนย์ ทั้งที่มีธุรกิจหลักที่เป็นฐานแข็งแกร่ง ช่วงกลางทศวรรษ 1980 บอสช์แอนด์ลอมบ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเลือกยุทธศาสตร์มุ่งเน้นเทคโนโลยี และพัฒนาคอนแทคเลนส์แบบอ่อนได้สำเร็จ จนมีส่วนแบ่งตลาดส่วนนี้ถึง 40% เมื่อคู่แข่งรุกคืบด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่า บอสช์แอนด์ลอมบ์กลับตอบโต้ด้วยการแตกแขนงกิจการไปสู่ธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักโดยตรง โดยใช้เงินสดหมุนเวียนที่มาจากธุรกิจหลักด้านเลนส์ และน้ำยาล้างเลนส์ไปลงทุนด้านการผลิตแปรงสีฟันไฟฟ้า น้ำมันทาผิว และอุปกรณ์ช่วยฟัง เป็นต้น กิจการเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัทแแต่อย่างใด และในที่สุดธุรกิจเลนส์ก็ฟุบลงเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่ และส่วนแบ่งตลาดของบอสช์แอนด์ลอมบ์ก็หดตัวลงเหลือราว 16% เท่านั้น บอสช์แอนด์ลอมบ์พยายามกอบกู้ความเป็นผู้นำตลาดคืนมาอีกครั้ง ด้วยการขายกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักออกไปและหันมามุ่งเน้นที่ธุรกิจเลนส์เช่นเดิม พลังของการมุ่งเน้นธุรกิจหลัก บริษัทที่มีธุรกิจหลักไม่กี่อย่างที่สามารถทุ่มเทกำลังได้อย่างเต็มที่มี แนวโน้มที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากกว่าบริษัทที่แตกแขนงธุรกิจออกไปมากมาย และขาดการมุ่งเน้นความสำคัญที่ธุรกิจหลักที่สร้างกิจการขึ้นมา ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ - บริษัทส่วนใหญ่รักษาการสร้างมูลค่าได้ต่อเนื่องยาวนานโดยมีธุรกิจหลักเพียงหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น บริษัทประเภทนี้จะนำหน้าคู่แข่งที่นิยมแตกแขนงกิจการ ไปสู่ธุรกิจอื่นโดยขาดการตั้งเข็มมุ่งทางธุรกิจที่ชัดเจน อันเฮาเซอร์-บุสช์ (Anheuser-Busch) เป็นผู้นำตลาดเบียร์ที่นำหน้ามิลเลอร์ (Miller) ได้ เพราะฝ่ายหลังมีธุรกิจอาหารบรรจุสำเร็จรูปที่ต้องคอยดูแลด้วย โนเกียเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่นำหน้าโมโตโรล่า และอีริคสันก็เพราะสองรายหลังมีธุรกิจแขนงอื่นเช่นกัน - บริษัทเอกชนอาจประสบความสำเร็จได้โดยซื้อธุรกิจ ส่วนที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่โละทิ้งแล้วปรับทิศทางมุ่งเน้นให้ถูกต้อง การซื้อกิจการแบบ LBO (leveraged buyout) ที่ประสบความสำเร็จหลายราย เกิดขึ้นจากการบริหารที่ผิดพลาดในเชิงยุทธศาสตร์ ธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเมื่อถูกซื้อมา และมอบหมายให้เจ้าของกิจการบริหารดูแลโดยมีจุดมุ่งเน้นที่มีทิศทางชัดเจน มักฟื้นคืนกำไรได้ในท้ายที่สุด - การแยกธุรกิจในเครือให้บริหารกิจการโดยอิสระนำมาซึ่งการมุ่งเน้นทิศทางธุรกิจที่ถูกต้อง กรณีของเป๊ปซี่โค ที่ยอมแยกธุรกิจอาหารมูลค่า 14 พันล้านดอลลาร์ออกไป (มีทาโกเบลล์, พิซซ่าฮัท และเคเอฟซี ซึ่งต่อมารวมกันเป็นบริษัทอาหารในชื่อไตรคอน โกลบอล เรสเตอรองต์ หรือ Tricon Global Restaurants) ทำให้สามารถปรับทิศทางของบริษัทแม่ให้เน้นที่ธุรกิจเครื่องดื่มและรับมือกับโค้กได้ถนัดขึ้น ส่วนธุรกิจอาหารที่แยกไปก็มองเห็น คู่แข่งที่ต้องรับมือชัดเจนขึ้นคือแมคโดนัลด์ นับจากนั้นมาทั้งเป๊ปซี่และ ไตรคอนต่างก็มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น - บริษัทที่มีการแตกแขนงธุรกิจออกไปมีมูลค่ากิจการรวมต่ำกว่าบริษัทที่มีการมุ่งเน้นธุรกิจชัดเจน จากผลการสำรวจบริษัทชั้นนำ 100 แห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1981-1987 พบว่า 65% ของการซื้อกิจการจะเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก โดย 58% ของกิจการที่แตกแขนงไปนั้นไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก ผลการศึกษายังพบด้วยว่ามูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ในวันที่มีการประกาศว่าจะปรับการมุ่งเน้นทิศทางธุรกิจให้ชัดเจน - บริษัทขนาดเล็กและยังคงสร้างมูลค่ากิจการได้เป็นกิจการที่มีการปรับโครงสร้าง และหันไปมุ่งเน้นธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง กินเนส ซึ่งเป็นกิจการผลิตเบียร์ไอริชเคยรุกเข้าสู่ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักถึง 250 กว่าแขนง โดยที่เบียร์ Stout ต้องเสียส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ แต่เมื่อขายกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักออกไป 150 รายการ แล้วหันกลับมาทุ่มเทกับธุรกิจหลัก มูลค่าหุ้นก็ขยับเพิ่มขึ้นถึงกว่า 10,000 เท่าภายในเวลา 8 ปี การให้คำจำกัดความของธุรกิจ ทางรอดในท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยม เชิงธุรกิจ ความจำเป็นที่จะต้องมีธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การเติบโต จะต้องมีการกำหนดให้ได้ว่าธุรกิจที่ดำเนินอยู่เป็นธุรกิจอะไรและไม่ใช่ธุรกิจอะไร ลองพิจารณาการกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตของกิจการเหล่านี้เป็นตัวอย่าง - บริษัทโคคา-โคลา เป็นธุรกิจโคลา ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจน้ำอัดลม หรือธุรกิจแบบอื่น ดูเหมือนบริษัทจะกำหนดความสำเร็จทางธุรกิจไว้ที่เครื่องดื่ม ไม่ใช่แค่โคลาเท่านั้น และเป็นยุทธศาสตร์ที่เสริมให้เครื่องดื่ม "Coke" เติบโตอย่างเต็มศักยภาพด้วยสโลแกน "I like to buy the world a Coke" - Amazon.com เป็นธุรกิจหนังสือและข้อมูล หรือเป็นธุรกิจสินค้า ค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ หรืออย่างอื่น เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ แต่การขยายตัวเข้าสู่ระบบออนไลน์ทำให้บริษัทมีอนาคตที่กว้างไกลขึ้นกว่าเดิม ในแง่ของการกำหนดคำจำกัดความธุรกิจของตน แต่ผู้บริหารของ Amazon ควรระมัดระวังในประเด็นนี้ให้มากกว่าการขยายธุรกิจออกไปด้วย - CBS ต้องทำอะไรอีกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักที่เคยเป็นผู้นำตลาดมาก่อน สถานีแห่งนี้ ควรมุ่งเน้นความสำคัญที่การผลิตในส่วนเนื้อหาสาระ (content) หรือขยายธุรกิจหลัก โดยเพิ่มช่องสัญญาณเคเบิล หรือ ปรับปรุง CBS News เพื่อแข่งขันกับ CNN หรือควรหาแนวทางอื่นที่แตกต่าง ไปจากนี้ เดลกับความเป็นผู้นำตลาดพีซี เดล คอมพิวเตอร์เป็นกิจการที่สร้างความเป็นผู้นำในตลาดพีซีและเวิร์คสเตชันของโลก จนหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal จัดให้เป็นบริษัทที่มีการเติบโตของราคาหุ้นแบบพุ่งทะยานในรอบทศวรรษ ยุทธศาสตร์ของเดลก็คือ การจำหน่ายสินค้าโดยตรง แทนที่จะขายผ่านผู้แทนจำหน่ายและผู้ค้าปลีกที่ต้องส่งผ่านสินค้ากันหลายทอด กว่าจะถึงมือลูกค้า ด้วยวิธีการนี้ทำให้เดลสามารถลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายด้านคลังสินค้าในช่วงต่อของการจัดส่งสินค้า และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยตรง ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ราว 35% จำหน่ายโดยวิธีขายตรง ความสำเร็จของเดลทำให้คู่แข่งพยายามเลียนแบบ อาทิ คอมแพค ที่นำเอารูปแบบการขายตรงของเดลไปใช้ แต่ยังไม่มีใครประสบความสำเร็จเทียบเท่าเดลได้ โดยเฉพาะในแง่ของการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าและความสามารถ ในการทำกำไรเพิ่ม อย่าประเมินค่าธุรกิจหลักต่ำ โดยมัวไขว่คว้าสิ่งที่ไกลเกินเอื้ม ยิลเลตต์เป็นตัวอย่างหนึ่งของกิจการที่เคยก้าวพลาดเมื่อหันเหทิศทางห่าง ออกจากธุรกิจที่เป็นรากฐานของตน แต่ก็สามารถกอบกู้จนพ้นวิกฤติได้ในภายหลัง ยิลเลตต์ในช่วง 50 ปีแรกของการก่อตั้งกิจการเป็นธุรกิจที่คงรักษาทิศทางการดำเนินธุรกิจโดยยึดอยู่กับธุรกิจหลักเสมอมา จึงครองส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์โกนหนวดไว้ได้ถึง 70% ควบคู่กับชื่อยี่ห้อที่ได้รับความเชื่อถือ ต่อมายิลเลตต์เริ่มขยายแนวธุรกิจ อาทิ มีดโกนสำหรับสตรี แต่กิจการที่ออกห่างจากธุรกิจหลักมากที่สุดได้แก่เครื่องใช้ไฟฟ้าเบราอัน (Braun) รวมทั้งสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใบมีดโกน เช่น แปรงสีฟันออรัล-บี อุปกรณ์การเขียนและปากกาปาร์คเกอร์ และแบตเตอรี่ดูราเซล ธุรกิจที่ออกนอกทางเหล่านี้ แม้จะมีบางอย่างที่ทำรายได้ให้บริษัท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าเบราอัน ที่มียอดขายเติบโตจาก 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กิจการอื่นล้วนแต่มียอดขายและกำไรลดลง โดยที่ธุรกิจใบมีดโกนยังคงทำรายได้และกำไรเป็นหลักให้กับบริษัทโดยรวม จนกิจการมีอายุเกือบร้อยปี อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาหุ้นกิจการลดลง ยิลเลตต์ก็ตัดสินใจขายทิ้งกิจการที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักออกไป และหันมามุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อลงทุนในธุรกิจหลักเท่านั้น จึงทำให้บริษัทกลับมาเป็นผู้นำตลาดได้อีกครั้งหนึ่ง 11月21日 วิชารักษาโรคในกายด้วยอำนาจแห่งพระรัตนตรัยโอสถ เป็นโลกุตรโอสถหรือโอสถทิพย์วิชารักษาโรคในกายด้วยอำนาจแห่งพระรัตนตรัยโอสถ เป็นโลกุตรโอสถหรือโอสถทิพย์
น้อมจิตบูชาพระรัตนตรัยแล้วบริกรรมตามลำดับ หายใจเข้าลึกๆ / อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา ทรงความศักดิสิทธิ์สุงสุดเร้นลับยิ่งใหญ่ หายใจออกยาวๆ / เป็นโอสถทิพย์อำนาจวิเศษศักดิ์สิทธิ์ สถิต บำรุง รักษา อุปถัมภ์ค้ำชูชีวิตข้า ให้หายโรคสิ้นโรค แข็งแรง อายุยืน เรืองทรัพย์เกษมสุข ให้บริกรรมกลับไปกลับมาหลายๆครั้งจนจิตสงบ แน่วแน่ เย็นสบาย เกิดปิติแล้วเปลี่ยน ----------------- หายใจเข้าลึกๆ /สะวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม ทรงความศักดิสิทธิ์สุงสุดเร้นลับยิ่งใหญ่ หายใจออกยาวๆ / เป็นโอสถทิพย์อำนาจวิเศษศักดิ์สิทธิ์ สถิต บำรุง รักษา อุปถัมภ์ค้ำชูชีวิตข้า ให้หายโรคสิ้นโรค แข็งแรง อายุยืน เรืองทรัพย์เกษมสุข ให้บริกรรมกลับไปกลับมาหลายๆครั้งจนจิตสงบ แน่วแน่ เย็นสบาย เกิดปิติแล้วเปลี่ยน ----------------- หายใจเข้าลึกๆ /สุปะฏิปันโน ภะคะวะโตสาวะกะสังโฆ ทรงความศักดิสิทธิ์สุงสุดเร้นลับยิ่งใหญ่ หายใจออกยาวๆ / เป็นโอสถทิพย์อำนาจวิเศษศักดิ์สิทธิ์ สถิต บำรุง รักษา อุปถัมภ์ค้ำชูชีวิตข้า ให้หายโรคสิ้นโรค แข็งแรง อายุยืน เรืองทรัพย์เกษมสุข ให้บริกรรมกลับไปกลับมาหลายๆครั้งจนจิตสงบ แน่วแน่ เย็นสบาย เกิดปิติแล้วเปลี่ยน ----------------- หายใจเข้าลึกๆ /มาตาปิโร พรัหมโมเทโว พระสะยามะเทวาธิราโช โกมาระภัจโจ นะโมพุทธายะ ทรงความศักดิสิทธิ์สุงสุดเร้นลับยิ่งใหญ่ หายใจออกยาวๆ / เป็นโอสถทิพย์อำนาจวิเศษศักดิ์สิทธิ์ สถิต บำรุง รักษา อุปถัมภ์ค้ำชูชีวิตข้า ให้หายโรคสิ้นโรค แข็งแรง อายุยืน เรืองทรัพย์เกษมสุข ให้บริกรรมกลับไปกลับมาหลายๆครั้งจนจิตสงบ แน่วแน่ เย็นสบาย เกิดปิติแล้วเปลี่ยน ----------------- หากมีสตินึกขึ้นได้ให้บริกรรมกลับไปกลับมาไปเรื่อยๆตลอดวัน (เว้นเวลาที่ต้องใช้สมองสติและจิตไปทำงานที่เป็นภารกิจ) ยิ่งดี อารมณ์เครียดจากเรื่องต่างๆซึ่งเป็น ต้นเหตุของโรคหลายอย่าง ก็จะไม่เกิด ยังช่วยให้โรคหลายอย่างในกายค่อยๆหายไปได้ ร่างกายก็จะพลอยมีสุขภาพดี ชีวิตก็จะอยู่เย็นเป็นสุขไปอีกนาน หนึ่งในวิชาของสมเด็จพระสังฆราช สุก(ไก่เถื่อน) ด้วยความปราถนาดีจาก พ่อมดโลจิ 10月28日 แหล่งที่อยู่ของจอมมารซิกตี้ เฮาส์ - เกสต์เฮาส์ คุณภาพคุ้มราคา
ใกล้กับตลาดวโรรส ถนนคนเดินวันอาทิตย์และไนท์บาร์ซ่า ห้องพักสะอาด ราคาย่อมเยาว์ บริการเป็นกันเอง มีให้เลือกทั้งห้องแอร์และพัดลม มีอินเตอร์เน็ตคาเฟ่บริการอีกด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 200 บาท
ที่อยู่ 15/3 ซ.4 ถ.ท่าแพ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-206249 มือถือ 089-7561717,084-0465569
ข้อมูลสำหรับ taxi ซอย 4 ท่าแพ ข้างวัดมหาวัน เข้าซอย 20 เมตรอยู่ทางซ้ายมือ
9月23日 เรื่องขันธ์ มหาสติปัฏฐานสูตรในกายานุปัสสนาเรื่องขันธ์ มหาสติปัฏฐานสูตรในกายานุปัสสนาก็ดี เวทนานุปัสสนาหรือว่าจิตตานุปัสสนาถึงข้อนิวรณ์ 5 อันนี้ เป็นสมถกรรมฐาน ตอนที่ว่าด้วยขันธ์นี่เป็นวิปัสสนากรรมฐาน ขันธ์ก็แปลว่ากอง ขันธ์ 5 แปลว่า มีอยู่ 5 กอง คือ 1 รูป 2 เวทนา 3 สัญญา 4 สังขาร 5 วิญญาณ คำว่าวิญญาณตัวนี้ไม่ใช่จิต เป็นวิญญาณที่เกาะอยู่กับขันธ์ 5 เรียกว่าประสาท การพิจารณาขันธ์ 5 นี่เป็นปัจจัยให้ได้โสดา สกิทา อนาคา อรหันต์ ในอริยสัจ 4 ก็เหมือนกัน อริยสัจ 4 ก็เป็นการพิจารณาขันธ์ 5 คือทุกข์หรือว่าสมุทัยที่เกิดกับขันธ์ 5 ขันธ์ 5 เป็นปัจจัยแห่งพระนิพพาน คือคนที่จะบรรลุพระโสดา สกิทา อนาคา อรหันต์ อาศัยขันธ์ 5 เป็นปัจจัย
มีพระสูตรหนึ่ง สูตรนี้ก็มีอยู่ในพระธรรมบทขุททกนิกาย หรือว่ามาจากพระไตรปิฎก เรื่องมีอยู่ว่า สมัยหนึ่งบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายที่บวชใหม่ เข้าไปกราบทูลลาองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ตั้งใจจะไปเจริญพระกรรมฐานในป่า หวังให้บรรลุมรรคผล ตอนนั้นองค์สมเด็จพระทศพลจึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสถามว่า "ภิกขเว ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไปลาพระสารีบุตรแล้วหรือยัง" บรรดาพระทั้งหลายเหล่านั้นจึงกราบทูลว่ายังพระพุทธเจ้าข้า พระพุทธจ้าจึงทรงมีพระบัญชาว่า อย่างนั้นก่อนที่เธอจะไปเธอจงไปลาพระสารีบุตรเสียก่อน พระเหล่านั้นก็รับคำแล้วก็ลาพระพุทธเจ้าออกไปจากพระมหาวิหารเข้าไปหาพระสารีบุตร พอเข้าไปถึงพระสารีบุตร พระสารีบุตรให้โอวาทอื่นพอสมควร แล้วพระทั้งหลายเหล่านั้นจึงได้ถามพระสารีบุตรว่า พวกกระผมเป็นปุถุชน ถ้าจะปฏิบัติตนให้เป็นพระโสดาบันจะทำยังไงขอรับ พระสารีบุตรก็บอกว่า ถ้าพวกเขาทั้งหลายปรารถนาเป็นพระโสดาบัน ก็จงพิจารณาขันธ์ 5 ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในขันธ์ 5 ขันธ์ 5 ไม่มีในเรา ปลงให้ตกจนกว่าจะเลิกสังโยชน์ 3 ได้ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพตปรามาส เมื่อปลงขันธ์ 5 อย่างเดียวสังโยชน์ 3 มันจะขาดไปเอง เมื่อสังโยชน์ 3 ขาดลงไปแล้ว พวกเธอก็จะได้เป็นพระโสดาบัน พระพวกนั้นก็เลยถามต่อไปว่า เมื่อผมเป็นพระโสดาบันแล้วจะเป็นพระสกิทาคามีจะทำยังไง ท่านก็บอกว่าพิจารณาขันธ์ 5 ตามแบบนั้นแหละพิจารณาละเอียดลงไปก็จะเป็นพระสกิทาคามีเอง พระพวกนั้นก็ถามต่อไปว่า เมื่อพวกกระผมเป็นพระสกิทาคามีแล้ว จะเป็นพระอนาคามีจะทำยังไง ท่านก็บอกว่าปลงขันธ์ 5 นั่นเองทำอย่างว่านั้นแหละ แล้วกามฉันทะกับปฏิฆะ คือการกระทบกระทั่งจิต การโกรธ ความพยาบาท มันก็จะสิ้นไปเอง ก็จะเป็นพระอนาคามี ท่านพวกนั้นก็ถามต่อไปว่า ถ้าผมเป็นพระอนาคามีแล้ว ผมจะเป็นอรหันต์จะต้องทำอย่างไร ท่านบอกว่าพิจารณาขันธ์ 5 ตามที่บอกมานั่นแหละก็เป็นพระอรหันต์ไปเอง สังโยชน์ 10 ก็จะขาดไป พระพวกนั้นก็จะถามว่า เมื่อเป้นพระอรหันต์ละสังโยชน์ 10 ได้แล้วการพิจารณาขันธ์ 5 ไม่ต้องทำต่อไปใช่ไหมขอรับ พระสารีบุตรตอบว่าไม่ใช่ พระอรหันต์นี่แหละทำหนัก ยิ่งพิจารณาหนักเพื่อความอยู่เป็นสุข ขันธ์ 5 ตัวเดียวเท่านั้นแหละเป็นเหตุละกิเลสได้ทุกตัว ในขันธวรรคแห่งพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าบอกว่า ธรรมะส่วนหนึ่ง หรือธรรมะอย่างหนึ่ง กองหนึ่ง ที่สามารถทำลายกิเลสได้ทั้งหมด เรื่องขันธ์ในมหาสติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้ากล่าวว่า อีกข้อหนึ่งภิกษุทั้งหลาย คือ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย อันได้แก่อุปาทานขันธ์ 5 อย่างไรเล่า ภิกษุทั้งหลาย จึงชื่อว่าภิกษุพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอันได้แก่อุปาทานขันธ์ 5 อย่างนี้คือภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นว่ารูปอย่างนี้ รูปเป็นอย่างนี้ ความเกิดแห่งรูปเป็นอย่างนี้ ความดับแห่งรูปเป็นอย่างนี้
รูปนี่เราสามารถจะเห็นได้ด้วยตาเนื้อ เกิดขึ้นด้วยอำนาจของธาตุ 4 มีอาการ 32 มหาสติปัฏฐานต้องมองย้อนไปย้อนมาว่า คือรูปมันก็มีหนังกำพร้ามีเนื้อมีรูป มีตับไตพังผืดไส้ปอด ไม่ต้องพรรณนาอาการ 32 ครบถ้วนเป็นรูป ทีนี้รูปร่างนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงก็ต้องไปดูธาตุ 4 อาศัยธาตุ 4 มาประชุมกัน ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เล็กแล้วก็โตมาทีละน้อย ๆ อาศัยอาการเปลี่ยนแปลงเจริญเติบโตขึ้น การเจริญขึ้น ก็หมายถึงการเสื่อมลงนั่นเอง เดินไปหาความพังของมันแล้วในที่สุด ก็เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายเป็นโรคะนิทัง เป็นรังของโรค คำว่าโรคะหรือโรค แปลว่าอาการเสียดแทง ทำให้ไม่สบายกายไม่สบายใจ แล้วในที่สุดมันก็เสื่อมลง ๆ แล้วก็สลายตัว คือตาย
ว่าด้วยเรื่องรูป ในอาการ 32 ที่ว่าด้วยปฏิกูลบรรพพิจารณาอาการ 32 มาแล้ว พิจารณาธาตุ 4 รูป คือกายคตานุสติกรรมฐาน คืออาการ 32 เป็น อนิจจังไม่เที่ยง ทุกขัง เต็มไปด้วยความทุกข์ อนัตตา มีความสลายตัวไปในที่สุด
เวทนาก็คืออารมณ์ อารมณ์ที่เป็นสุข อารมณ์ที่เป็นทุกข์ อารมณ์ที่ไม่สุขไม่ทุกข์ อาการเกิดของเวทนาเป็นยังไง ความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย มันเป็นเวทนาทั้งนั้น เป็นทุกขเวทนา การอยากได้ของที่ชอบใจเป็นสุขเวทนา รู้ว่าเวทนามันเกิดขึ้นแล้วก็สลายตัวไป ไม่มีอะไรคงที่ มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเหมือนกัน
สังขาร คือสภาพที่ปรุงแต่งจิต หมายความถึงอารมณ์ของจิต อารมณ์ที่เข้ามาแทรกจิต ท่านกล่าวว่า อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร สังขารมี 3 ปุญญาภิสังขาร คือ อารมณ์ที่มีความสุข อปุญญาภิสังขาร ได้แก่อารมณ์ที่มีความทุกข์ อารมณ์ที่มีความสุขก็คือบุญ อารมณ์ที่มีความทุกข์ก็คือบาป ความชั่ว และอเนญชาภิสังขาร คืออารมณ์ที่วางเฉยเป็นอารมณ์กลางได้แก่อุเบกขารมณ์ เป็นอารมณ์ว่างจากกิเลส ว่างจากความสุขหรือความทุกข์ อันนี้เป็นอารมณ์ที่ปรารถนาพระนิพพาน ถ้าเป็นอารมณ์ฝ่ายกุศลก็มีความสุขใจ ถ้าเป็นอารมณ์ฝ่ายอกุศลก็มีความทุกข์ใจกลัดกลุ้มใจ ถ้าเป็นอารมณ์พระนิพพานก็มีแต่ความเยือกเย็น อารมณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป มันไม่คงสภาพ เดี๋ยวเกิด เดี๋ยวดับ ไม่คงที่ เดี๋ยวมีอารมณ์อย่างนี้ เดี๋ยวมีอารมณ์อย่างนั้น ข้อนี้เป็นวิปัสสนาญาณ ให้พิจารณาว่ามันเป็นอนัตตา ไม่มีอะไรทรงตัว
สัญญา คือความจำ จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง จำได้นิด ๆ หน่อย ๆ แล้วก็สลายไป ตั้งอยู่ไม่ได้นาน
วิญญาณ ที่รับรู้สภาพของอากาศ ดินฟ้าอากาศ ความร้อน ความหนาว ความหิว ความกระหาย ความเจ็บ ความปวด ความอ่อน ความแข็ง นี่เป็นอาการของวิญญาณ คือประสาท สัมผัสรู้ว่าอ่อน รู้ว่าแข็ง รู้ว่าเย็น รู้ว่าร้อน แล้วก็เลิกสัมผัส ไม่มีอะไรแน่นอน
การที่มาพิจารณาเรื่องขันธ์ 5 ก็เพื่อละ อุปาทานขันธ์ 5 อุปาทาน แปลว่าเข้าไปยึดถือ ขันธ์ 5 ว่าเป็นเรา ว่าเป็นของเรา เรามีขันธ์ 5 ขันธ์ 5 มีในเรา การที่เราจะเป็นใคร มียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่มีความมั่นคงแน่นอน เราต้องทุกข์เพราะขันธ์ 5 เป็นอย่างมาก ไม่ว่าในเรื่องของการปวดท้อง หิวข้าว มีเวทนาต่าง ๆ การปวดเมื่อย เราไปห้ามไม่ได้ และสิ่งต่าง ๆ ก็สลายไปในที่สุด ไปยึดถืออะไรไม่ได้ ไม่มีความจีรังยั่งยืน เราคือ จิต จิตเราชั่ว เราก็ต้องหาที่เกิดต่อไป นี้คือ วิปัสสนาญาณ และสมถะ ก็อย่าทิ้ง ถ้าทิ้งก็ตายเพราะเป็นลมหายใจเข้าออก เป็นการทรงสติสัมปชัญญะ
http://www.larnbuddhism.com/grammathan/sati12.html 9月22日 คาถาบูชา หลวงปู่ใหญ่ พระครูเทพโลกอุดรคาถาบูชา หลวงปู่ใหญ่ พระครูเทพโลกอุดร
นะโมสามจบ
โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิ
ตัง สะทา เมตตา ลาโภ นะโสมิย อะหะพุทโธ ฯ
ภาวนาสามจบ เจ็ดจบ เก้าจบ เช้า - เย็น ตื่นนอน และ ก่อนนอน
จะได้สิ่งที่ปรารถนา และ แคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง
มีดหมอปราบมารของหลวงปู่ฤทธิ์ มีดหมอปราบมารของหลวงปู่ฤทธิ์ 1500 บาทเท่านั้น
--------------------------------------------------------------------------------
หลวงปู่ฤทธิ์ รุนโชโต วัดชลประธานราชดำริ จ.บุรีรัมย์
หลวงปู่ฤทธิ์ รตฺนโชโต ชื่อเดิม ฤทธิ์ ไม้ลึกดี เกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2459 อายุ 89 ปี พรรษารวม 66 พรรษา ได้รับพระบรมราชานุญาตเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ เป็นพระครูอินทวรคุณ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2545 ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ต.ทุ่งมนต์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ บวชเป็นพระภิกษุตั้งแต่ปีพ.ศ. 2482 ที่วัดเพชรบุรี ต.ทุ่งมนต์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก่อนย้ายมาจำวัดและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอินทบูรพา ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และเป็นพระนักพัฒนาได้ธุดงค์ปักกลด บริเวณป่าที่สร้างวัดชลประทานราชดำริปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2527 หรือ 21 ปี ก่อนพัฒนาเป็นสำนักสงฆ์และสร้างเป็นวัดชลประทานราชดำริ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจนถึงปัจจุบัน ศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธาทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีชื่อเสียงในการเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังเกี่ยวกับวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง
.........มีดหมอ ปราบมาร เนื้อกระดูกช้างแกะ จัดสร้างเป็นรุ่นสุดท้ายของหลวงปู่ฤทธิ์ จำนวนสร้างน้อยมากเพียง 399 ด้าม ใบมีดทำมาจากโลหะอาถรรพ์ตามสูตรครูบาอาจารย์ หล่อหลอมและตีเป็นมีด ใบมีดแกะสลักชื่อ หลวงปู่ฤทธิ์ ตอกโค๊ตที่ฝักมีด ป้องกันการปลอมแปลงและไม่สับสน ลงจารกำกับที่ด้ามมีดและฝักมีด นิยมมาก หมดจากที่วัดท่านนานแล้ว ราคา 1500 บาท เท่านั้นครับ
พระขรรค์พญางิ้วดำ และสมเด็จพญางิ้วดำ พระขรรค์พญางิ้วดำ และสมเด็จพญางิ้วดำ
--------------------------------------------------------------------------------
ไม้งิ้วดำชิ้นนี้ ยังไม่ได้นำไปทำอะไรครับ มีคุณทางด้านป้องกันภัยอันตรายต่างๆและคงกระพันครับ 500/ มีพระขรรค์และพระสมเด็จงิ้วดำและพระนางพญางิ้วดำด้วยครับ ราคา 3500 บาท ครับ
ตามตำนานก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก คือ ไม้งิ้วดำนี้เป้นไม้จำพวกไม้กายสิทธิ์ มีลักษณะสีดำ มีหลายตำนานกล่าวไว้ว่าไม้งิ้วดำนี้ ศรีโครตบูรณ์ไม้ไปนำไม้งิ้วดำไปคนข้าว ปรากฎว่าข้าวเป็นสีดำ ก็เลยกินเข้าไปปรากฏว่ามีพละกำลังมหาศาลสามารถปราบช้างที่มาบุกเมืองลาวสมัยก่อน ส่วนไม้งิ้วดำของวัดบ้านดอน ได้มาจากกรุเก่าทางจังหวัดสิงห์บุรีได้นิมิตมา แล้วมีคนนำมาถวายพระครูฯ ที่วัดใหม่บ้านดอน ต่อมาท่านได้ศึกษาพบว่าเปนไม้งิ้วดำ ท่านก็เลยแจกจ่ายผู้คนปรากฎว่ารักษาโรคหายบ้าง มีโชคลาภมั้ง ต่อมาท่านก็เลยนำมาสร้างเป้นองค์พระในตระ^_^ลสมเด็จนางพญาวัดใหม่บ้านดอนนี้แหละ คนบูเอาพบปาฎิหารย์หลายคน
คำอารธนาสมเด็จนางพญางิ้วดำ ของวัดใหม่บ้านดอน
ปุตตะกาโม ละเภปุตตัง ธนะกาโม ละเภธะนัง อัฐฐิกาเย กายะยายะ เทวานังปิตังสุตตะวา พุทธะ พุทธา พุทโธ พุทธัง อะระหังพุทโธ อิติปิโสภะคะวา ข้าพเจ้าขออารธนา สมเด็จนางพญางิ้วดำ หรือ เจ้าแม่นางพญางิ้วดำ จงเสด็จสู่สถานบ้านของข้าพเจ้าบันนี้เทอญ
คาถาหัวใจสมเด็จนางพญางิ้วดำ
พุทธะสังมิ ปะติอะปะ เมอะมะอุ ยุวิติกะ สุเนวิอะ วิสุเชตุง นาทาสิ นะวาเสติ พุทธังประสิทธิ นะมะพะทะ
ที่จริงมีวิธีบูชามากกว่านี้ ขี้เกียจพิมพ์ส่วนประสบการณ์นั้นก็มีแม่ค้าในตลาดหนองจอก โคราช ที่ขายข้าวแกงเขาบอกว่า ตั้งแต่บูชามาปรากฏว่าขายดีเป้นเทน้ำเทท่า แล้วก็มีชาวต่างประเทศที่เกิดศรัทธาด้วย อันนี้รายละเอียดไม่รู้เหมือนกัน หาอ่านตามหนังสือโลกทิพย์ ศักดิ์สิทธิ
คาถาเมื่อจุดธูปเทียน
ตั้งนะโม 3 จบ
พุทธะบูชา ติมานิมา เอหิสัจจัง ปะระมังอิติ อิกะวิติ อิติมะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ มานิมา นะลาโภ นะโมพุทธายะ นะวาเสติ พุทธังปะสิทธิ นะมะพะทะ
ธัมมะบูชา ติมานิมา เอหิสัจจัง ปะระมังอิติ อิกะวิติ อิติมะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ มานิมา นะลาโภ นะโมพุทธายะ นะวาเสติ ธัมมังปะสิทธิ นะมะพะทะ
สะงฆะบูชา ติมานิมา เอหิสัจจัง ปะระมังอิติ อิกะวิติ อิติมะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ มานิมา นะลาโภ นะโมพุทธายะ นะวาเสติ สังฆังปะสิทธิ นะมะพะทะ
คำขอพรชัยสิทธิ์อันวิเศษ เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ภาวนาว่า
พุทธังเมตตา นะชาลีติ ธัมมังเมตตา นะชาลีติ สังฆะเมตตา นะชาลีติ สมเด็จนางพญางิ้วดำเมตตา นะชาลีติ โอมมะพลัง วา ราชะกุมาโร วา ราชะกุมารี วา ราชา วา ราชินี วา คะหัฏโฐ วา ปัพพะชิโต วา สะมะโณ วา พราหมโณ วา อิตถี วา ปุริโส วา วานิชโช วา วานิชชา วา อุปาสิโก วา อุปาสิกา วา ทาระโก วา ทาริกา วา สัพเพ อิเม ชะนา พะหูชะนา มังปิยายันตุ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิ จิตตัง ปิยังมะมะ มหาลาภะ สักการะ ภะวันตุเม ฯ
แขวน ‘พระนางพญางิ้วดำ’ รถชนยับ แต่ไอ้หนุ่มลูกทุ่ง ‘เกษม’ รอดเหลือเชื่อ
เป็นอีกหนึ่ง “คนดังมากของวงการเพลงลูกทุ่งไทย” ที่นอกจากโด่งดังเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงลูกทุ่งทั่วไทยเพราะเสียงดีลีลาร้องไม่เป็นรองใครแล้วยังเป็น “ไอ้หนุ่มลูกทุ่ง” ที่เชื่อถือและยึดมั่นกับ “พระเครื่อง” อย่างสนิทใจโดยหลังเรียนจบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนในบ้านเกิด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็ทำการบวชเป็นพระนานถึง 4 ปี เพื่อร่ำเรียนธรรมะจนสามารถสอบได้ “นักธรรมเอก” จึงสึกออกมาใช้ชีวิตเช่นหนุ่มลูกทุ่งทั่วไปเพราะช่วงนั้นเริ่มรู้ตัวว่า “รักการร้องเพลงลูกทุ่ง” มากกว่าการเป็น “หลวงพี่หลวงพ่อ” จึงตัดสินใจละทางธรรมหันมา “สู่ทางโลก” พร้อมทำการซุ่มซ้อมเสียงเรื่อยมาจนมั่นใจว่าเรื่องร้องเพลงลูกทุ่งแล้ว “ไม่เป็นรองใคร” จึงไปสมัครประกวดร้องเพลงลูกทุ่งที่เวที “ฟาร์มจระเข้” สมุทรปราการ เพราะช่วงนั้นมีจัดประกวดเป็นประจำซึ่งผลการเข้าชิงชัยครั้งแรกนี้แม้จะไม่สามารถชิงเอาตำแหน่ง “ชนะเลิศ” มาได้แต่ก็คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มาครองพร้อมกับลีลาเสียงและการร้องก็เข้าตา “เสี่ยเปิ้ล” วิวัฒน์ ไทยวัฒนานนท์ ผู้บริหารค่ายเพลงลูกทุ่ง “ชัวร์ออดิโอ” ที่เห็นแววดีจึงชักชวนมาเข้าสังกัดพร้อมทำการบันทึกเสียงโดยใช้ชื่อว่า เกษม คมสันต์ โดยชุดแรกที่อัดเสียงก็คือ “เก็บไถขึ้นลาน” ปรากฏว่าเพลง “จดหมายฉบับสุดท้าย” สร้างชื่อให้โด่งดังบนเส้นทางสายนี้จากนั้นก็มีการอัดเสียงชุด 2-3 และท้ายสุดก็คือชุด “รอยยิ้มในหยาดเหงื่อ” ที่อยู่ระหว่างการเดินสายโปรโมตทางภาคอีสานบ้านเกิด
จากที่ผ่านการบวชเรียนมานี่เองไอ้หนุ่มลูกทุ่ง เกษม คมสันต์ ที่พอมีวาสนาได้อัดเสียงก็ไปฝากตัวเป็น “ศิษย์เอก” ของท่านเจ้าอาวาสวัด ปทุมวนาราม สยามสแควร์ ก็เลยได้ “พระนางพญางิ้วดำ” มาหนึ่งองค์จึงนำไปเลี่ยมทองแล้วแขวนคอกับสร้อยคอทองคำแบบไม่เคยถอดออกจากตัวเลย เรียกว่าจะลุกจะนั่งจะนอนพร้อมจะปลดทุกข์รวมทั้งจะหาความสุขให้ตัวเองยังไง ก็แขวนคอไว้ตลอดเวลากระทั่งไอเหงื่อซึมเข้าไปทำให้มองหาองค์พระแทบไม่เจอ เพราะกลายเป็นฝ้าขาวจับกรอบพระที่เป็นพลาสติกไปหมดแต่เจ้าตัวก็ยังแขวนเดี่ยวองค์เดียวเรื่อยมา แม้จะมีคนให้พระเครื่ององค์ใหม่มาก็ไม่เคยเปลี่ยนใจแขวนพระองค์อื่นเลยเพราะเชื่อมั่นและยึดมั่นว่า “พุทธคุณ” ในองค์พระ “นางพญางิ้วดำ” องค์นี้ช่วยให้มีชื่อเสียงโด่งดังและสร้างให้ชีวิตของ “เด็กท้องนา” เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นโดยเฉพาะประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้คือ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เองขับรถปิกอัพ 4 ประตูชนต้นไม้ ขาดสองท่อน แล้วรถที่ขับก็พลิกคว่ำหลายทอดจนสภาพรถกลายเป็น “ปลากระป๋อง” ที่ถูกทุบบู้บี้แต่ มหัศจรรย์มาก ที่เจ้าตัวซึ่งเป็น “คนขับเอง” กลับไม่เป็นอะไรเลยโดยเจ้าตัวเล่าว่า
“วันนั้น (จำวันที่ไม่ได้) เป็นงานคอนเสิร์ตสัญจรของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 จัดขึ้นที่สนามศาลากลางจังหวัดจันทบุรีผมเป็นนักร้องผู้หนึ่งที่จะต้องไปร่วมร้องเพลงบนเวที บังเอิญวันนั้นติดธุระจึงออกจากกรุงเทพฯ ช้ากว่าปกติก็เลยต้องขับรถเร็วกว่าปกติเช่นกัน เพื่อไปให้ทันเวลาขึ้นเวทีกระทั่งไปถึง อ.ท่าใหม่ ก็เกิดฝนตกทำให้ถนนลื่นและพอไปถึงทางโค้งที่ชาวจันทบุรีเรียกว่า “โค้งมรณะ” ด้วยความที่ไม่คุ้นทางประกอบกับรถวิ่งเร็วแถมถนนลื่น จึงทำให้รถหมุนเสียหลักลื่นไถลไปชนเอาต้นไม้ข้างทางขาดเป็นสองท่อน แต่รถที่ผมขับก็ยังไม่ยอมหยุดเพราะพอพลิกคว่ำแล้วยังลื่นไถลไปตามถนนอีกถึง 30 เมตรจึงหยุดนิ่ง ตอนนั้นผมนึกว่าไม่รอดแน่แล้วเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก แต่มหัศจรรย์จริง ๆ ครับคือผมไม่เป็นอะไรเลย ส่วนน้องที่นั่งมาด้วย ก็แค่ถูกเศษกระจกที่แตกละเอียดบาดเอาที่ใบหน้าและตามแขนเล็กน้อย โดยไม่ถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาลและเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ก็โบกรถคันอื่นที่วิ่งผ่านมาไปถึงงานจนได้พอขากลับก็อาศัยนั่งรถของ เอกราช สุวรรณภูมิ กลับมาดูรถตัวเองที่พอเห็นสภาพรถ เอกราช สุวรรณภูมิ ยังร้องเลยว่า “รอดมาได้ยังไง”
ซึ่งผมเองก็บอกได้ว่าเป็นเรื่อง “เหลือเชื่อมาก” หากไม่ประสบกับตัวเองก็คงบอกไม่ถูกเหมือนกันว่า “รอดมาได้เพราะอะไร” แถมไม่มีใครได้รับบาดเจ็บมากอีกด้วยจึงมานั่งทบทวนเหตุการณ์ที่ “รอดมาได้” ผมจึงมั่นใจว่าเป็นเพราะพุทธคุณ “พระนางพญางิ้วดำ” ที่ท่านหลวงพ่อเจ้าอาวาส วัดปทุมวนาราม มอบให้มาเป็นแน่แท้ที่คุ้มครองให้ผมและน้องที่นั่งมาในรถด้วยกันปลอดภัยทั้งสองคน
นี่ก็คือคำเปิดเผยแบบซื่อ ๆ ตรงไปตรงมาโดยไม่มีการเติมเสริมแต่งใด ๆ ของยอดนักร้องเพลงลูกทุ่ง ตามแบบฉบับของผู้ที่มีสายเลือดเป็น “ชาวอีสาน” ที่ชื่อ เกษม คมสันต์ ซึ่ง “ภวันตุเม” ที่นำมาถ่ายทอดก็ขอย้ำตรงนี้ได้แต่เพียงว่าเรื่องนี้หากท่านผู้อ่าน “ไม่เชื่อแล้ว” ก็ “อย่าลบหลู่” เพราะเมืองไทยเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่หากใครทำดีก็จะได้รับสิ่งดี ๆ แต่หากทำชั่วหรือแค่คิดก็จะได้รับสิ่งชั่ว ๆ ตามที่ภาษาหนังสือ อัพเดท ไว้ว่า “กรรมติดจรวด” นั่นแล.
“ภวันตุเม”
พระสังกัจจายน์เนื้อเมฆพัตรพระสังกัจจายน์เนื้อเมฆพัตร
อาจารย์ปราโมทย์ฯ ท่านเป็นรองอธิการบดีราชภัฏพระนครฝ่ายบริหาร อยู่ในกลุ่มของหนังสือโลกทิพย์-โลกลี้ลับและอ.อาชวินฯ(คนเห็นผี)ที่กำลังโด่งดังอยู่ขณะนี้ ท่านอธิบายว่าเมฆพัตรเป็นธาตุกายสิทธิ์อย่างหนึ่ง คล้ายๆเหล็กไหล สีสรรก็ดำคล้ายๆกัน มีคุณภาพวิเศษคล้ายๆกัน ผู้ทำได้ต้องเป็นพระอาจารย์ขั้นพระอริยเจ้าที่มีอภิญญาอย่างหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ใช้ทำพระเครื่อง เช่นหลวงพ่อเงิน เป็นต้น......มีอีกธาตุหนึ่งที่เป็นกายสิทธิ์เหมือนกันท่านบอกว่า คือ เมฆสิทธิ์ ผมเองก็เพิ่งเคยได้ยินทั้ง2ชื่อนี้ เมฆสิทธิ์จะมีส่วนผสมของทองคำด้วย คุณภาพหรือลักษณะภายนอกก็คล้ายๆเมฆพัตรนั่นแหละครับ..
---------------------------------------
โลหะที่ได้จากการเล่นแร่แปรธาตุตามตำราของไทยโบราณ เชื่อว่าเป็นธาตุกายสิทธิ์มีฤทธานุภาพในตัวเอง เมฆพัตรเป็นส่วนผสมของตะกั่วและทองแดง มีกรรมวิธีการสร้างที่ซับซ้อน ในระหว่างหลอมต้องผสมตัวยาหลายชนิดมีกำมะถัน ปรอท และว่านยาได้แก่ ไพลดำ ต้นหิงหาย ไม้โมกผา ขิงดำ กระชายดำ สบู่แดง สบู่เลือด เป็นต้น ซัดเข้าไปในเบ้าหลอม พอสำเร็จจะได้โลหะสีดำเป็นมันเงาเลื่อมพราย แต่เปราะและแตกง่าย พระคณาจารย์แต่โบราณนิยมหลอมเมฆพัตรมาทำเป็นพระเครื่อง อาทิ พระครูปัจฉิมทิศบริหาร (นาค โชติโก) วัดห้วยจระเข้ นครปฐม และพระอาจารย์ทับ วัดอนงคาราม
---------------------------------------
ทางยุโรปเรียกกันว่า ทูลาซิลเวอร์ (Tula Silver) ทูลาซิลเวอร์จะออกเป็นสีเขียวๆ คล้ายปีกแมลงทับ หรือที่เราเรียกกันว่า "เมฆพัตร" เมฆพัตรเป็นส่วนผสมของโลหะเช่นเดียวกับตัวยาถม ต่างกันที่เมฆพัตรมีแต่ตะกั่วกับทองแดง ส่วนตัวยาถมมีตะกั่ว ทองแดง และเงินตามนัยนี้จึงมีบางท่านคิดว่าไทยทำถมได้เอง โดยปรับปรุงขึ้นจากเมฆพัตร
---------------------------------------
แร่ที่น่าสนใจมีอีกครับ อิอิอิ
ตะกั่วเถื่อน ทองแดงเถื่อน (อันนี้ไม่รู้ว่าทำไมต้องเถื่อน เคยได้ยินหนังสือสมัยใหม่ว่า เป็นสินแร่ทองแดงพื้นบ้าน ไม่ได้คุณภาพแบบทองแดงของนอกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมไม่ได้ ก็ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน)
สำฤทธิ์ (ก็คือสำริดดี ๆ นี่เอง แต่เขียนให้โก้ มีหลายสี ถ้าผสมเงินเยอะหน่อย ก็สำริดเงิน สำริดแดง ก็แก่ทองแดง )
จ้าวน้ำเงิน เคยเห็นบางที่บอกว่า จะเจอในป่า อยู่บนพื้นดิน มีลักษณะเหมือนขี้นก นำเหรียญไปวางทับไว้ ทิ้งไว้วัน กลับมาดูจะเห็นว่าเหรียญพลิก (อันนี้ค่อนข้างปาฏิหารไปหน่อย แล้วตัวต้นฉบับ original ผมยังไม่เคยเห็นตำรานี้ เพียงแต่ได้ยินมา)ส่วนสมัยใหม่ ตีเป็นสินแร่ ไพไรต์ บางที่ก็ตีเป็นพลวง
นวโลหะ ตามสูตร 9 โลหะบังคับ ที่นำมาหล่อผมว่าคงหายากนะ ยิ่งถ้าเป็นจ้าวน้ำเงินอัศจรรย์ตามคำบอกเล่า ถ้าเป็นแบบนั้น ผมว่าสมัยนี้ อาจจะไม่มีนวโลหะตามสูตรของจริงแล้ว ส่วนนวโลหะตามสมัยนี้ที่สร้างกัน มักจะปิดตัวสินแร่ที่เป็นคำโบราณ อย่างจ้าวน้ำเงิน บริสุทธิ์ เพราะกลัวสูตรแพร่หลาย ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่ผมเห็นในโบสถ์พรามณ์เสาชิงช้า มีตู้โชว์ให้ความรู้ไว้ว่า นวโลหะมี สินแร่ใดบ้าง เขียนเป็นทั้งชื่อไทย และชื่ออังกฤษ (พร้อมมีตัวอย่างสินแร่ชนิดนั้น ๆ วางในตู้)
เมฆสิทธิ์ (เนื้อออกสีเขียว ยังไม่เคยเห็นแบบปีกแมลงทับของจริงซักองค์ เคยเช่ามา องค์นึง พระใหม่ บอกว่าเป็นเมฆสิทธิ์ เห็นเขียวแบบปีกแมลงทับเลย เลยนำไปล้างตามแบบล้างนวโลหะ เพื่อรอให้เนื้อกลับ ถ้าเมฆสิทธิ์จริง จะต้องกลับเป็นสีเดิม เพราะเป็นคุณสมบัติของเมฆสิทธิ์ ที่เนื้อจะกลับเขียว ปรากฏว่าสีไม่กลับเลยครับ เลยเชื่อว่าโรงงานย้อมโลหะมาแล้วบอกเป็นเมฆสิทธิ์ ทางวัดอาจไม่รู้ เหมือนพระเนื้อสีดำ แล้วก็บอกนวโลหะ แต่ล้างแล้ว ทิ้งไว้เนื้อไม่กลับเลย ก็ตีเป็นนวะเก๊ หรือเป็นโลหะรมดำแล้วจัดขายราคาเป็นนวะโลหะ แต่สำริดเงิน ก็ล้างแล้วเนื้อกลับดำได้เหมือนกัน ถ้าแก่เงินมาก ต้องสักเกตุ แล้วจะแยกออกระหว่างดำนวโลหะ ดำสำริดเงิน หรือดำแบบรมดำ ไอ้ตัวผมเองก็ชอบล้าง ยิ่งบอกเป็นนวะแล้วจะชอบล้างเป็นพิเศษ เพราะเวลาผิวกลับแล้วจะมันส์สะใจ แต่ต้องเป็นพระใหม่นะครับ พระเก่าไม่กล้า กลัวล้างแล้วคนตีเก๊ )
|
|
|